
MFCตั้งเป้า3แสนล้าน
กวาดรายได้เพิ่มเป็น700ล.ปีนี้ กลยุทธ์บริการ5ดาวกอดลูกค้า
โพสต์ทูเดย์
— MFC ตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์อีก 7 หมื่นล้านบาท แตะ 3 แสนล้านบาทปีนี้ ออกกองทุนใหม่ 30 กอง เน้นบริการระดับ 5 ดาวกอดลูกค้านายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า ในปี 2553 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) เป็น 3 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27.79% จากสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 234,742 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้เพิ่มเป็น 700 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2552 เป็นไปตามเป้า มี AUM เพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 18,267.91 ล้านบาท หรือ 8.44% โดยเฉพาะกองทุนรวมมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 11.17% เป็น 150,423 ล้านบาท จาก 135,309 ล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 8.74% เป็น 60,816.49 ล้านบาท จาก 55,930 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคลมีมูลค่าสินทรัพย์ 23,502 ล้านบาท
“
วิสัยทัศน์ของเอ็มเอฟซียังคงจะเป็นบริษัทจัดการสำหรับความมั่งคั่ง 3 อันดับแรกในประเทศไทยที่เติบโตเป็น 2 เท่าภายใน 5 ปี โดยมี AUM รวม 4.5 แสนล้านบาท ในปี 2555 โดยสร้างธุรกิจใหม่ในประเทศ และขยายธุรกิจต่างประเทศให้มีรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด” นายพิชิต กล่าวสำหรับปีนี้บริษัทได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 35 บริษัทจึงจะเน้นกลยุทธ์หลักคือ
“Customer Centric” หรือการคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินพร้อมกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยจะทำวิจัยการตลาดและความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และออกกองทุนใหม่ที่สามารถให้ผลตอบแทนและผลประโยชน์ที่น่าพอใจนายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่าในปีนี้มีแผนเพิ่ม Smart Agent หรือตัวแทนขายหน่วยลงทุนเป็น 10 องค์กร จากปัจจุบันมีอยู่ 3 องค์กร ประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.),สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ออมทรัพย์การท่าเรือแห่งประเทศไทย
“
การมีตัวแทนขายหน่วยจะช่วยชดเชยการไม่มีสาขาของ MFC ได้ และที่ผ่านมาโดยเฉพาะเดือนธ.ค.2552 หน่วยงานดังกล่าวมียอดขายกองทุนเข้ามาประมาณ 4050 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)”นายศภุกร กล่าวนอกจากนี้มีแผนเพิ่มพนักงานผู้ให้บริการคำแนะนำการลงทุน (Investment Planner) หรือ IP ของบริษัทในปีนี้เป็น 60100 คน จากปีก่อนมีอยู่ 3040 คน หลังจากนั้นจึงจะเพิ่มช่องทางขายผ่านIP อิสระ
นายศุภกร กล่าวว่า บริษัทยังมีธุรกิจใหม่จากการการจัดตั้ง 3 บริษัทย่อยที่จะดำเนินการได้ในปีนี้ ได้แก่ บริษัท MFCA ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน, บริษัท MRAM บริหารด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วและบริษัท ESCO ที่จะทำธุรกิจให้บริการในด้านพลังงาน อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอจดทะเบียน
เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน พร้อมกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขปีนี้มีแผนออกกองทุนใหม่ 30 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนที่บริษัทยังขาดอยู่และเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศรวม 5 กอง โดยปีนี้จะเน้นขยายกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่และวัยเกษียณไปพร้อมๆ กันและตั้งเป้ารายได้จากการแสวงหาตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ 30% ของรายได้รวม
สำหรับธุรกิจ Private Equity กองทุน MFC Energy Fund จะเน้นเรื่องพลังงานชีวมวล (Biomass) และพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นหลัก รวมทั้งการระดมทุนสำหรับกองทุน Thailand Creativity Fund การศึกษาเรื่องการพัฒนาพลังงานทดแทน เป็นต้น ที่จะเริ่มลงทุนได้ในปีนี้
ทั้งนี้ ในส่วนของงานภาครัฐจะสนับสนุนโครงการภาครัฐเต็มที่ โดยเป็นที่ปรึกษาแบบมืออาชีพและพร้อมที่จะบริหารจัดการกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายศุภกร กล่าวว่า ในส่วนของการบริการในปีนี้บริษัทจะเน้นบริการระดับ 5 ดาวให้ลูกค้าได้รับบริการที่เหนือกว่าเดิมและประทับใจมากขึ้น โดยเน้นการบริการด้านการบริหารความมั่งคั่งแก่ลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมีทีมงานทั้งด้าน Wealth Committee, Wealth Services และ Wealth Analyzer Program แก่ลูกค้า เพื่อให้คำปรึกษาวางแผนและติดตามแผนการลงทุนของลูกค้าอย่างทันต่อสถานการณ์ เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของลูกค้า
นอกจากนี้ อำนวยความสะดวกด้านการซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านระบบ MFC Smart Services และจัดกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง มีการสะสมคะแนนเพื่อให้ลูกค้าแลกของรางวัลด้วย







