
หนุนแปรรูปนมสด
ทางออกอุตฯโคนมสู้ศึก‘เอฟทีเอ’เกษตรเข้มมาตรฐานนมโรงเรียน
ทางออกอุตฯโคนมสู้ศึก‘เอฟทีเอ’เกษตรเข้มมาตรฐานนมโรงเรียน
พาณิชย์ยกเครื่องกลุ่มโคนมสู้ศึกเอฟทีเอ ผุดนมโคแปรรูป 100% ทำไอศกรีม และน้ำนมสดผสมผลไม้ เตรียมออก “โบว์ทอง” การันตีคุณภาพ
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า หรือกองทุนเอฟทีเอ ได้เข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการลดภาษีนำเข้านมผงจากออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ล่าสุดได้ผลักดันให้มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมโคสดแท้เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยได้ทดลองแปรรูปเป็นไอศกรีมซอฟท์ เซิร์ฟ (Soft Serve) และน้ำนมสดผสมผลไม้สด
ทั้งนี้ การแปรรูปดังกล่าว เป็นการใช้นมโคสดแท้ 100% มาทำ จะให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่านมผสม โดยเฉพาะปริมาณไขมัน โปรตีน วิตามินเอ และวิตามิน บี 12 เป็นคุณค่าทางโภชนาการที่มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น ยกเว้นนมผสมที่มีการแต่งเติมสารอาหารหรือวิตามินสังเคราะห์ และได้ทดลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอศกรีมและเครื่องดื่มนมโคสดแท้ผสมผลไม้สดไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 511 ม.ค. ครั้งที่ 3 ในงานเกษตรแฟร์ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.4 ก.พ.และในงานกาชาดประจำปี 2554 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ส่วนแผนขั้นต่อไป จะจัดโรดโชว์ไปยังหน่วยงานราชการและภาคเอกชนนาน 3 เดือน เพื่อเก็บข้อมูลรอบด้านนำมาพัฒนาสินค้าและต่อยอดในขั้นตอนต่อไป
โดยมีเป้าหมายต่างๆ เช่น ถนนสีลม สยามสแควร์ และอาคารสำนักงานที่จามจุรีสแควร์ เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการจัดทำเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ภายใต้เครื่องหมาย “โบว์ทอง” เป็นลักษณะของวัวถือตราเครื่องหมาย 100% เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมโคแท้
สำหรับเครื่องหมาย “โบว์ทอง” นั้นทางผู้แทนของชุมนุมสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทยโฮลสไตน์ฟรีเชียนได้เห็นชอบแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองดังกล่าว เพื่อยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งยังได้ออกแบบตราเครื่องหมายการค้า “Smile Milk” ขณะนี้อยู่ระหว่างการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าเช่นกัน
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การสร้างเครื่องหมายการค้าขึ้นมา เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ต้องการใช้เครื่องหมายนี้สามารถยื่นขอใช้เครื่องหมายดังกล่าวต่อกรมการค้าต่างประเทศ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ถือเป็นการส่งเสริมโอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างยั่งยืน และเชื่อว่าโครงการปรับตัวตามความช่วยเหลือของกองทุนเอฟทีเอจะประสบความสำเร็จ และทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์นมที่นำเข้าจากต่างประเทศได้
สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการจัดเตรียมปัจจัยพื้นฐานในภารกิจการตลาดอย่างยั่งยืนของนมโคสดแท้ 100% ของประเทศไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี ทั้งจากการทำเอฟทีเอไทยออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่มีผลให้อัตราภาษีนำเข้านมผงลดลง จนทำให้ผู้ประกอบการหันไปใช้นมผงแทนนมสด 100% เพราะมีราคาถูกกว่านมโคสดแท้ในประเทศ จนเป็นเหตุให้เกษตรกรไทยเดือดร้อนไม่สามารถจำหน่ายน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นมสดแท้ 100% ได้
เกษตรฯ เตรียมความพร้อมนมโรงเรียนปีการศึกษา 2554 เข้มพบทุจริตการซื้อนมสั่งเพิกถอนสิทธิจำหน่ายทันที
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ถึงความคืบหน้าในการเตรียมพร้อมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนปีการศึกษา 1/2544 ว่า ขณะนี้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้จัดสรรสิทธิการขายและมอบอำนาจให้กับผู้ประกอบการทั้ง 72 ราย ครบทุกจังหวัดแล้ว ซึ่งระหว่างนี้คณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมโค จะดำเนินการตรวจสอบการรับซื้อน้ำนมดิบของผู้ประกอบการ หากพบผู้ประกอบการรายใดแจ้งข้อมูลการรับซื้อน้ำนมดิบเป็นเท็จ รวมทั้งมีปัญหาในเรื่องคุณภาพและบริการจะถูกคณะกรรมการกลางนมโรงเรียนเพิกถอนสิทธิในการจำหน่าย
“คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติและจำหน่ายนมโรงเรียน โดยเน้นเรื่องคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การจัดส่งและเก็บรักษาคุณภาพนมโรงเรียนเพื่อป้องกันปัญหานมบูด ซึ่งในการประมูลและจัดหานมโรงเรียนนั้น ขณะนี้เป็นอำนาจในการจัดหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองซึ่งก็ต้องฝากผู้ปกครองให้ช่วยกันเข้มงวดในเรื่องของมาตรฐานโรงงานที่เข้ามาประมูลนมด้วยว่า ได้มาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือไม่ การผลิตได้มาตรฐานขององค์การอาหารและยาหรือไม่ และได้ใช้นมโค 100 % หรือไม่ ” นายธีระ กล่าว
สำหรับราคาจัดซื้อนมโรงเรียนนั้นได้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับราคานมที่มีการปรับเพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 1 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี 28 มี.ค. 2554 จาก 17 บาท/กิโลกรัม เป็น 18 บาท/กิโลกรัม โดยราคาจัดซื้อนมพาสเจอไรซ์จากเดิมถุงละ 6.17 บาท เป็น 6.37 บาท ส่วนนมยูเอชที จากเดิมกล่องละ 7.40 บาท เป็นกล่องละ 7.61 บาท
ชนิดซองจากเดิมซองละ 7.30 บาท ปรับเป็นซองละ 7.51 บาท
โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาจำหน่ายเท่ากันทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยปีนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณภายใต้โครงการนมโรงเรียน 14,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเทอมละ 6,500-7,000 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการเทอมละ 130 วัน โดยงบประมาณดังกล่าวแบ่งเป็นจัดสรรให้โรงเรียนเอกชนภายใต้ การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ 2,400 ล้านบาท







