posttoday
คิดต่างได้ แต่ต้องเพื่อส่วนรวม

คิดต่างได้ แต่ต้องเพื่อส่วนรวม

09 กุมภาพันธ์ 2553

...หูกวาง

ล่าสุดการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้ว่าจ้างบริษัท สถาปนิก 49 ศึกษาและออกแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ เพื่อพัฒนากิจการเชิงพาณิชย์ และระบบโลจิสติกส์บริเวณท่าเรือ

รูปแบบใหม่จะมีความหลากหลายของธุรกิจ ทั้งอาคารสำนักงาน คลังสินค้า พื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชุมชนคลองเตย ตลาดสด ฯลฯ โดยให้สอดคล้องกับแผนการใช้พื้นที่สร้างรายได้ให้กทท. หลังจากที่ปล่อยเป็นพื้นที่รกร้างในบางส่วน

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะพัฒนาที่ดิน 4 แปลง เนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ บริเวณด้านทิศเหนือของสำนักงานกทท. บริเวณสี่แยกศุลกากร นำมาพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม ตลาดใหม่ คาดว่าจะเปิดให้บริการในส่วนนี้ได้ในอีก 45 ปี นับจากนี้

สำหรับพื้นที่ส่วนของตลาดจะพัฒนาเป็นตลาดใหม่ แต่ปรากฏว่ากลุ่มชุมชนคลองเตยบางส่วนที่อาศัยอยู่และทำมาหากินบริเวณนั้น ได้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งต้องการให้พัฒนาพื้นที่ให้ทันสมัย และไม่ต้องการให้กทท. เข้ามาก้าวก่ายในพื้นที่ตลาด

ในส่วนของกลุ่มที่ไม่ต้องการให้กทท. เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพื้นที่อาคารพาณิชย์และตลาด เนื่องจากเกรงว่าการสร้างตึกไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานาน จึงเกรงว่าการเปลี่ยนแปลงจะกระทบสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ กระทบต่อความมั่นคงทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะความไม่ชัดเจนของโครงการ ฯลฯ

ขณะที่กลุ่มที่ต้องการให้พัฒนาพื้นที่นั้น ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผน ออกแบบ ฯลฯ ตามที่ชุมชนต้องการ เพื่อให้ทุกส่วนสามารถอยู่ร่วมกันได้ และจัดสัดส่วนของชุมชนโดยแบ่งพื้นที่ออกมาอย่างชัดเจนประมาณ 300 ไร่ เพื่อให้ชุมชนมีแหล่งที่อยู่อาศัยและมีที่ดินทำกินที่แน่นอน

เนื่องจากครอบครัวที่อยู่เดิม ขณะนี้กลายเป็นครอบครัวขยาย กระจายกันอยู่รอบๆ หากกทท. จะจัดที่ดินหรือสร้างตึกอาศัยรองรับ จะจัดสรรที่อยู่ให้อย่างไร เพราะการโยกย้ายเหมือนในอดีตที่มีการเวนคืนที่ดินบริเวณนี้ ทำให้กลุ่มคนบางส่วนต้องไปอยู่บริเวณวัชรพล แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอาศัยในพื้นที่คลองเตย ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม จากการฟังเสียงของผู้ที่อาศัยในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการย้ายที่ แต่ต้องการความมั่นใจในการดำเนินงานของกทท. ซึ่งที่ผ่านมา กทท.ต้องยอมรับว่า ไม่มีความชัดเจนในการดำเนินงาน ทำให้ดูเหมือนกทท. ไม่มีความโปร่งใส ขาดความชอบธรรม

เรื่องนี้ กทท.ควรต้องพิจารณาปรับปรุงและประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนเข้าใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่ง ดังที่เกิดขึ้นอยู่ในทุกวันนี้

ส่วนประชาชนที่อยู่ชุมชนดั้งเดิม ทั้งเช่าที่และบุกรุก ควรตระหนักถึงความพอดี ความชอบธรรมของตนเองและสิทธิของเจ้าของพื้นที่อย่างกทท.ด้วย มิฉะนั้นการพัฒนาเพื่อประโยชน์ของชุมชน องค์กร และสังคมก็คงไม่เกิด หากชุมชนคิดเอาแต่ได้เพียงฝ่ายเดียว คนยากจนที่ไร้ที่ทำกินคงใช้วิธีการเช่นนี้ โดยอ้างการกระทำของชุมชนคลองเตยเป็นตัวอย่าง เช่นนี้แล้วต่อไปสังคมจะเป็นเช่นไร

เพราะนี่เป็นเพียงยกแรก แผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ครั้งนี้ กทท.ยืนยันว่า ไม่ใช่แผนในขั้นสุดท้าย แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นวางระบบการบริหารจัดการเท่านั้น

ท้ายสุดแล้ว สิ่งที่ควรเกิดคือการร่วมใจไปในทิศทางเดียวกัน โดยมองเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ใช่มองเฉพาะผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นปัญหาตลาดคลองเตยคงไม่จบลงด้วยดีแน่นอน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน