
เอไอเอสเปิดศึกเน็ตบ้าน
ตั้ง‘เอไออาร์’ติดไวไฟ7เมกฯเล็งเจาะลูกค้าชานเมือง-ตจว.
ตั้ง‘เอไออาร์’ติดไวไฟ7เมกฯเล็งเจาะลูกค้าชานเมือง-ตจว.
เอไอเอส ส่งแอร์เน็ตบุกไวไฟในบ้าน เริ่มต้น 590 บาท ความเร็ว 7 เมกฯ เจาะหมู่บ้านชานเมือง ต่างจังหวัด
นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ อินเทอร์เน็ต เรโวลูชั่น หรือ เอไออาร์ ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ได้เริ่มเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือไวไฟ ในบ้าน ภายใต้แบรนด์ แอร์เน็ต อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การให้บริการไวไฟครั้งนี้เพื่อต้องการกระจายการใช้งานอินเทอร์เน็ตไปยังกลุ่มผู้ใช้ในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ประสบปัญหาที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านสาย หรือบรอดแบนด์ เดินสายเข้าไปไม่ถึง เบื้องต้นนำร่องในกรุงเทพฯ ชั้นนอก คือ ถนนพระราม 5 บางบัวทอง รังสิต และ 2 จังหวัด คือ นครราชสีมา และสงขลา
“ผู้ใช้ในต่างจังหวัด คือ บลู โอเชียน คืออยากใช้งาน แต่บรอดแบนด์เข้าไม่ถึง จึงกลายเป็นตลาดหลักของแอร์เน็ต ที่ไม่เน้นกลุ่มลูกค้าในเมือง เพราะมีผู้ให้บริการบรอดแบนด์แข่งขันกันมากพอแล้ว” นายสุปรีชา กล่าว
ทั้งนี้ การมีบริการแอร์เน็ต จะช่วยขยายบริการของเอไอเอส ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการมัลติมีเดีย ที่ไม่ได้จำกัดแค่การเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเครือข่ายไร้สาย เพราะนอกจากไวไฟ แล้ว ยังมีวงจรเช่า หรือ ลีดส์ไลน์ ภายใต้ บริษัท ซุเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ตเวิร์ก หรือ เอสบีเอ็น รวมถึงระบบการชำระเงินต่างๆ ที่ดำเนินการผ่านเอ็มเปย์
ทั้งนี้ หลังจากเปิดรับลูกค้าผ่านเว็บไซต์ของเอไอเอส ได้รับการตอบรับอย่างดีโดยมียอดลูกค้าสมัครเฉลี่ย 100 รายต่อวัน โดยการให้บริการแบ่งเป็นค่าบริการ 590 บาท สำหรับความเร็ว 7 เมกะบิต และ 990 บาท สำหรับความเร็ว 10 เมกะบิต ตั้งเป้าลูกค้า 1 หมื่นรายในสิ้นปีนี้
นอกจาก 3 จังหวัดที่เปิดบริการแล้ว ยังมีแผนที่จะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานและภาคใต้ เชียงใหม่ และหัวหิน รวมทั้งการเข้าไปวางระบบอินเทอร์เน็ตกับสถาบันการศึกษาอีกด้วย
สำหรับรูปแบบการให้บริการนั้น จะเป็นการให้บริการบนคลื่นความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นความถี่สาธารณะ ไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลแต่อย่างใด โดยเอไออาร์จะเช่าเสาส่งสัญญาณของเอไอเอสสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ส่งคลื่นความถี่เข้าไปยังบ้านของลูกค้า โดยที่บ้านจะมีกล่องรับสัญญาณเพื่อแปลงเป็นสัญญาณไวไฟเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตในบ้านต่อไป
หลังจากที่ได้ให้บริการแล้วที่ มหาวิทยาลัยสารคาม ซึ่งหากการให้บริการปีแรกประสบความสำเร็จ มีแผนที่จะรุกบริการนี้อย่างเต็มตัวในอีก 2 ปีข้างหน้า รวมทั้งการทำตลาดร่วม หรือ บันเดิลกับลูกค้าของเอไอเอสที่มีอยู่ 30 ล้านรายด้วย
บริษัท เอไออาร์ ได้รับใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ ในการเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ประเภทที่ 1 จากรักษาการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยเป็นการให้บริการบนคลื่นความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์ซึ่งเป็นคลื่นความถี่สาธารณะ และกำลังกลายเป็นมาตรฐานของเทคโนโลยีไวไฟ แทน 2.4 กิกะเฮิร์ตซ ซึ่งเริ่มเต็มแล้ว







