
คู่แข่งบุกตลาดยาง
วันนี้คงไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้นที่ปลูกยางพาราได้ พื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา พม่า แม้กระทั่งจีน ได้เริ่มทยอยปลูกและขยายพื้นที่ปลูกกันอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนี้อีก 5 ปี ตามรอบการปลูกยางพารา ผลผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านจะเริ่มออกสู่ตลาดได้เช่นเดียวกับไทย
ข้อมูลจาก กลุ่มธุรกิจพืช เครือซีพี อธิบายเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการปลูกยางพาราของจีนกับไทย พบว่าประสิทธิภาพของจีนเหนือกว่าไทย ทั้งในเรื่องการดูแลรักษาต้นยางค่อนข้างมีความเข้มงวด มีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ที่จะกรีดยาง เช่น เมื่อไรมีอากาศร้อนเกินไป อากาศหนาวเกินไปจะหยุดกรีดยางพารา
นอกจากนี้ เมื่อไรที่มีโรคระบาด รัฐบาลจีนจะเข้ามาดูแลทันที ต่างจากบ้านเราที่ปล่อยให้เป็นปัญหา ผลักภาระให้กับเกษตรกร
น่าสังเกตว่า ประเทศหน้าใหม่ที่โดดเข้าสู่วงการยางพารา ให้ความสำคัญกับศักยภาพการปลูก ตลอดจนกรรมวิธีในการเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นอย่างมาก
ในขณะที่ประเทศน้องใหม่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกชั้นแนวหน้าของโลก เมื่อปีที่แล้วส่งออกยางแผ่นดิบได้มูลค่า 146,263 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ยางอีก 152,800 ล้านบาท
เรียกได้ว่า แม้ไทยจะโลดแล่นอยู่ในวงการนี้มาอย่างโชกโชนกว่า 100 ปี แต่พอมาดูพัฒนาการพบว่ายังย่ำเท้าอยู่กับที่ และมีแววว่าอาจจะถอยหลังลงคลองในไม่ช้า ถ้ายังไม่เร่งพัฒนาตัวเอง







