
ลดเครดิตญี่ปุ่นฐานหนี้เพียบเคราะห์ดียังภาวะหลุดเงินฝืด
ญี่ปุ่นเริ่มกระอักหนี้ก้อนมหึมา แต่ยังสามารถสลัดพ้นภาวะเงินฝืด
ญี่ปุ่นเริ่มกระอักหนี้ก้อนมหึมา แต่ยังสามารถสลัดพ้นภาวะเงินฝืด
ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินประกาศลดระดับความน่าเชื่อถือด้านการชำระหนี้ของญี่ปุ่นลงระดับมีเสถียรภาพ หรือ Stable ลงมาอยู่ในระดับติดลบ หรือ Negative โดยให้เหตุผลว่า ระดับหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าผลิตภันฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ถึง 2 เท่าตัว อีกทั้งญี่ปุ่นยังเผชิญกับภาวะอัตราการเกิดต่ำ คนวัยทำงานขาดแคลน จนภาครัฐต้องแบกรับภาระด้านสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ เป็นเงินงบประมาณมหาศาล
“มูลค่าความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นอยู่ภายใต้แรงกดดันด้านลบจากภาระหนี้สินของรัฐบาล มาตรการการคลังเชิงรัดกุมที่แข็งแกร่งขึ้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาเสถียรภาพของการเงินการคลังสาธารณะ เพื่อป้องกันผลกระทบย้อนกลับจากปัญหาประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น” แอนดรูว์ คอลคูห์น หัวหน้าคณะทำงานด้านการเงินภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของฟิทช์ฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความน่าเชื่อถือในฐานลูกหนี้ของญี่ปุ่นจะเลวร้ายลง แต่ล่าสุด ญี่ปุ่นสามารถสลัดพ้นจากภาวะเงินฝืดได้เป็นผลสำเร็จหลังจากติดอยู่ในความซบเซาทางเศรษฐกิจมานานกว่า 2 ปี โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ช่วงเดือน เม.ย. ปรับขึ้นมา 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว นับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นอัตราเงินเฟ้อครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 และเป็นตัวเลขที่ตรงกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์จากการสำรวจโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก
ปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นสลัดหลุดจากภาวะเงินฝืด หรือภาวะที่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจไม่ใช้จ่าย กลายเป็นภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากราคาน้ำมันแพงทั่วโลก ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้คาโอรุ ยาซาโนะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ยังไม่มั่นใจว่าการหลุดจากภาวะเงินเฟ้อในครั้งนี้ เป็นการสลัดหลุดอย่างถาวร เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า ผู้บริโภคแต่ละภาคธุรกิจเริ่มใช้จ่ายอย่างจริงจังแล้วหรือไม่
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และอุตสาห กรรมระบุในรายงานอีกฉบับว่า ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นช่วงเดือน เม.ย. ปรับลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หลังจากที่เคยปรับลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 8.3% เมื่อเดือน มี.ค.







