
จี้ปตท.ขยายปั๊มเอ็นจีวีหลังคิวเติมยังยาว
กระทรวงพลังงานกดดัน ปตท. เพิ่มช่องกระจายเอ็นจีวีเข้าปั๊ม หลังคนแห่ใช้เพิ่ม
กระทรวงพลังงานกดดัน ปตท. เพิ่มช่องกระจายเอ็นจีวีเข้าปั๊ม หลังคนแห่ใช้เพิ่ม
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้ สนพ.และบริษัท ปตท. ไปเร่งรัดหาแนวทางจัดหาก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) ให้เพียงพอ เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้เอ็นจีวีปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 6,400 ตัน/วัน เนื่องจากมีรถยนต์ส่วนหนึ่งหันมาเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเอ็นจีวีเพิ่มขึ้นทดแทนการใช้น้ำมันที่มีราคาสูง ในขณะที่การให้บริการปั๊มเอ็นจีวีบางแห่งยังไม่สามารถรองรับได้ โดยเฉพาะระยะเวลาในการเติมเอ็นจีวีแต่ละปั๊มใช้เวลานาน
ทั้งนี้ ต้องการให้มีแผนระยะสั้นเข้ามาแก้ปัญหาในช่วงนี้ก่อน ซึ่งจะเกิดกับพื้นที่ที่อยู่นอกเขตแนวท่อก๊าซในต่างจังหวัด ต้องอาศัยสถานีแม่จ่ายเป็นผู้บริหารจัดการจ่ายก๊าซไปยังปั๊มแต่ละแห่ง แม้ว่า ปตท.จะมีแผนลงทุนต่อท่อก๊าซขยายไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จ.สระบุรีนครราชสีมา และภาคเหนือจากสระบุรีนคร สวรรค์ แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2558
“ปลัดกระทรวงเป็นกังวลกับการให้บริการปั๊มเอ็นจีวีตอนนี้ เพราะปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น ทำให้การบริการแต่ละปั๊มไม่ทันต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ดังนั้นอยากให้สนพ.กับปตท.ไปดูว่ามีแนวทางไหนที่จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้บ้าง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าราคาเอ็นจีวีในต่างจังหวัดจะมีราคาสูงกว่า 8.50 บาท/ก.ก. เพราะต้องบวกค่าขนส่งทางไกลด้วย หากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาให้กับผู้ใช้เอ็นจีวี” นายสุเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ก่อนหน้านี้ปตท.ยืนยันจะไม่ขยายปั๊มเอ็นจีวีเพิ่มเพราะยังแบกภาระขาดทุนจากการจำหน่ายเอ็นจีวีนั้น สนพ.ยังไม่มีการหารือเรื่องปรับราคาเอ็นจีวี แต่ต้องการให้ปตท.แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน
ด้านนายเติมชัย บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ บริษัท ปตท. กล่าวว่า รับทราบนโยบายดังกล่าวจากกระทรวงพลังงานแล้วคงต้องไปหารือกันก่อนว่าจะมีแผนอะไรออกมาแก้ปัญหาได้บ้าง โดยจะกำหนดทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อมๆกัน มีหลายแนวทาง เช่นการปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพที่ได้จากน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลังให้เป็นก๊าซชีวภาพอัดเพื่อใช้ในรถยนต์ ซึ่งได้เริ่มโครงการทดลองที่จ.อุบลราชธานีไปแล้ว และจะขยายไปในพื้นที่อื่นๆโดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่นอกแนวท่อก๊าซจะสามารถทดแทนการขนส่งเอ็นจีวีจากสถานีแม่นอกพื้นที่ได้
นายณัฐชาติ จารุจินดา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. กล่าวว่า ต้องการให้กระทรวงพลังงานทบทวนเรื่องราคาขายปลีกเอ็นจีวีด้วย เพราะตรึงราคาที่ 8.50 บาท/กก. มานานแล้ว หากเป็นไปได้ควรจะขยับราคาขึ้นให้บ้าง หรือเพิ่มการอุดหนุนราคา เนื่องจากทำให้ธุรกิจเอ็นจีวีขาดทุน และไม่สามารถเพิ่มการลงทุนใหม่ได้อีก ในขณะที่การขยายปั๊มเอ็นจีวีในปีนี้จะหยุดที่ 500 แห่ง จากที่เปิดให้บริการแล้ว 440 แห่งเท่านั้น
ปัจจุบัน ปตท.มีปั๊มเอ็นจีวี 440 แห่ง แยกเป็นปั๊มทั่วไป 299 แห่ง ปั๊มของเอกชน 104 แห่ง สถานีเฉพาะกลุ่ม 18 แห่ง และสถานีหลัก 18 แห่ง รองรับความต้องการใช้เอ็นจีวีวันละ 6,400 ตัน.







