
ถก‘แท็กซี่เอ็นจีวี’18พ.ค.ชิ้นส่วนติดตั้งขาดส่งมอบ
แท็กซี่เอ็นจีวีวุ่น พลังงานเรียกถกด่วน 18 พ.ค. หลังอุปกรณ์ติดตั้งถังยังส่งมอบไม่ได้
แท็กซี่เอ็นจีวีวุ่น พลังงานเรียกถกด่วน 18 พ.ค. หลังอุปกรณ์ติดตั้งถังยังส่งมอบไม่ได้
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงโครงการสนับสนุนรถแท็กซี่ติดเอ็นจีวีฟรี 1.5 หมื่นคัน ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเริ่มการติดตั้งได้ เนื่องจากบริษัทที่ชนะประมูลอุปกรณ์ติดตั้งอุปกรณ์ยังไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา
ทั้งนี้ ในวันที่ 18 พ.ค. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของกระทรวงพลังงานจะเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงถึงความล่าช้าที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี ตามสัญญาจะต้องมีการส่งมอบอุปกรณ์และถังเอ็นจีวีจำนวน 1.5 หมื่นชุด แบ่งออกเป็น 3 งวด งวดละ5,000 ชุด ซึ่งงวดแรกต้องเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังดำเนินการอะไรไม่ได้ ในขณะที่มีรถแท็กซี่มาเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 5,900 คัน
“ทางปลัดกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้แก้ปัญหาในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน เพื่อไม่ให้โครงการมีความล่าช้า” นายคุรุจิต กล่าว
ในเบื้องต้นทราบว่าสาเหตุที่ไม่สามารถส่งมอบอุปกรณ์ถังเอ็นจีวีได้ เพราะมีชิ้นส่วนบางอย่างไม่ครบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์นำเข้าจากเกาหลี ดังนั้นในวันที่18 พ.ค.นี้ ต้องสอบถามข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า โครงการติดตั้งแท็กซี่เอ็นจีวียังมีความล่าช้าอยู่มาก เนื่องจากบริษัท ออโต้แพน ผู้ชนะประมูลจัดซื้ออุปกรณ์และถังเอ็นจีวียังไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา ขณะที่การติดตั้งเอ็นจีวีแต่ละคันจะมีอุปกรณ์ทั้งหมด 18 ชิ้น แต่เท่าที่ทราบมีอุปกรณ์ 34 ชิ้น ที่ยังไม่สามารถจัดหาได้
อย่างไรก็ตามโครงการติดตั้งเอ็นจีวีฟรี เดิมมีเป้าหมายจะติดตั้งให้ได้จำนวน 3 หมื่นคัน โดยเริ่มโครงการล็อตแรกก่อน จำนวน 1.5 หมื่นคัน ได้ประกาศรับสมัครรถแท็กซี่เข้าร่วมโครงการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึง 15 มี.ค. 2554 แต่มีแท็กซี่สนใจไม่ถึง 4,000 คัน จนต้องขยายเวลาเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. โดย สรุปแล้วมีแท็กซี่เข้าร่วมโครงการตอนนี้ 5,900 คัน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ปิดโครงการไปก่อนชั่วคราวเพื่อเร่งดำเนินการติดตั้งถังเอ็นจีวีให้กับรถแท็กซี่จำนวนดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อน
ทั้งนี้สาเหตุที่มีแท็กซี่เข้าร่วมโครงการต่ำกว่าเป้าหมายเนื่องจากโครงการดังกล่าวมีความล่าช้ามา 1 ปี เพราะมีปัญหาในเรื่องขั้นตอนการเปิดประมูลจัดซื้ออุปกรณ์ติดตั้งเอ็นจีวี ทำให้แท็กซี่บางส่วนเปลี่ยนถังเอ็นจีวีไปล่วงหน้าแล้ว ในขณะที่ยังมีบางส่วนที่ลังเล เนื่องจากกระทรวงพลังงานยังมีนโยบายตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ภาคขนส่งต่อไป







