
รัฐมนตรีกับการดูงานต่างประเทศ
...มิสเตอร์ ไวร์เลส
แม้จะเป็นนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ขอให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง เลิกเดินทางไปดูงานต่างประเทศ เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณ ในยุคที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังต้องการเงินอัดฉีดให้กับประชาชน
แต่ดูเหมือนว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และอีกหลายๆ กระทรวง ยังคงเมินเฉยต่อนโยบายดังกล่าว เห็นได้จากการที่เจ้ากระทรวงนั้นๆ ยังคงเดินทางไปต่างประเทศเป็นว่าเล่น
และในการเดินทางแต่ละครั้งนั้น มีผู้ติดตามไปด้วยอีกหลายชีวิต และหากไม่ใช้งบประมาณของแผ่นดิน ก็จะรีดงบจากหน่วยงานในสังกัดเป็นว่าเล่น โดยไม่สนใจว่าหน่วยงานนั้นๆ จะประสบกับวิกฤตทางการเงินเช่นไร
แย่ไปกว่านั้นคือ การเดินทางที่อ้างว่าไปดูงานต่างประเทศชนิดถี่ยิบนั้น ล้วนไม่ได้ผลลัพธ์ในเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน เช่น เดินทางไปดูงานด้านเทคโนโลยี แต่กลับมายังคงมีช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างคนเมืองกับคนชนบทไม่ต่างกับตอนที่ยังไม่ได้ไปดูงาน
จึงเกิดคำถามว่า การเดินทางไปดูงานต่างประเทศของเจ้ากระทรวงและคณะที่ยกทัพกันไปมากกว่าทำงานในประเทศ ในยุคที่ประชาชนอีกหลายล้านคนกำลังต้องการความช่วยเหลือ หรือรีดงบจากหน่วยงานในสังกัด ซึ่งได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของพนักงาน และภาษีของประชาชนทั้งประเทศนั้น ถือเป็นการกระทำที่สมควรแล้วหรือ
แม้เม็ดเงินที่ไปดูงานแต่ละครั้งจะไม่ได้แพงระดับพันล้านบาท แต่หากพิจารณาถึงรายละเอียด การเดินทางทุกครั้ง เป็นชั้นธุรกิจ ซึ่งแพงกว่าชั้นประหยัดเป็นเท่าตัว เมื่อรวมกันหลายครั้งเข้า เงินหลักสิบล้านต่อครั้งก็กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ระดับ 100 ล้านบาทขึ้นมาได้เช่นกัน
เม็ดเงินจำนวนที่ว่าสามารถนำให้ทุนการศึกษา หรือทุนวิจัยพัฒนาที่เกิดจากมันสมองและสองมือของคนไทยและทัดเทียมต่างประเทศได้ไม่ยาก
หน้าที่ของกระทรวงต้นสังกัดที่ดีนั้น ควรจะช่วยเหลือ ส่งเสริม หรืออำนวยความสะดวกในเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่จะช่วยผลักดันให้การทำธุรกิจเป็นไปง่ายขึ้น หรือให้นโยบายและไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถนำไปพัฒนาให้เกิดมูลค่าเชิงรายได้ หรือผลักดันให้ผู้ประกอบการเอกชนเกิดความเชื่อมั่นในฝีมือของคนไทยด้วยกันเอง แทนการพึ่งพาต่างประเทศ เหมือนที่เป็นมา
แต่สิ่งที่กระทรวงไอซีที และอีกหลายกระทรวงปฏิบัติอยู่เวลานี้ เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง ตอกย้ำว่ากระทรวงไอซีที ซึ่งเป็นพรรคร่วมไม่ได้ใส่ใจต่อนโยบายรัฐบาล และรัฐบาลเองก็ไม่ได้เอาจริงเอาจังกับมาตรการที่กำหนดออกมา ซึ่งล้วนแต่เป็นการใช้งบประมาณของประเทศไปอย่างสูญเปล่า
หากไอซีทีไปดูงานต่างประเทศ แล้วทำให้วันหนึ่งคนไทยไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อเทคโนโลยีจากต่างชาติอีก ก็เป็นเรื่องที่ควรส่งเสริม แต่ยิ่งดูงานมากเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมาคือ เราจะต้องมี ต้องเป็นเหมือนที่ต่างประเทศเขามี ทั้งที่สภาพแวดล้อมและความพร้อมของคนในประเทศก็แตกต่างกัน และยิ่งไปดูงานมากขึ้นก็เท่ากับเป็นการเปิดประตูให้เทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น ขณะที่คนไทยเองยังไม่ได้มีอินเทอร์เน็ต ใช้ทั้งประเทศ
ถึงเวลาหรือยัง ที่เจ้ากระทรวงผู้ดูงานต่างประเทศเป็นว่าเล่นนั้น ควรจะ
“พอ” เสียทีกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ เพราะนอกจากไม่ก่อประโยชน์ให้กับประเทศแล้ว ยังเป็นการถลุงงบประมาณที่ควรจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมไปอย่างเสียเปล่าอีกด้วย






