
รีบอคประกาศบุกตลาดเสื้อผ้ากีฬาครบวงจร
"รีบอค"ประกาศเดินหน้าบุกตลาดเสื้อผ้ากีฬาครบวงจรตั้งหัวจรดเท้า หลังที่ผ่านมาเน้นทำตลาดรองเท้าเพียงอย่างเดียว
"รีบอค"ประกาศเดินหน้าบุกตลาดเสื้อผ้ากีฬาครบวงจรตั้งหัวจรดเท้า หลังที่ผ่านมาเน้นทำตลาดรองเท้าเพียงอย่างเดียว
นายสตีฟ แมคเฟอร์สัน ผู้อำนวยการแบรนด์ รีบอค ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า กลยุทธ์การทำตลาดทั่วโลกของรีบอคในปีนี้ คือ การหันมาให้ความสำคัญในการทำตลาดเสื้อผ้ากีฬาให้มากขึ้น เพื่อให้รีบอคกลายเป็นแบรนด์เพื่อการกีฬาตั้งแต่หัวจรดเท้า (Head to Toe) หลังจากที่ผ่านมาเน้นทำตลาดแต่รองเท้าเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้เสื้อผ้ายังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
ทั้งนี้ ได้ปรับลุคของรีบอคให้มีสีสันมากขึ้น เพื่อดึงดูดและขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเด็กและวัยรุ่น จากเดิมที่ภาของรีบอคจะเป็นทนสีขาว-ดำ และเป็นแบรนด์ของกลุ่มลูกค้าวัย 30 ปีขึ้นไป ซึ่งจากการปรับภาพของรีบอค จะส่งผลให้รีบอคกลายเป็นผลิตภัณฑ์กีฬาสำหรับครอบครัว โดยที่กลุ่มลูกค้าไม่ได้จำกัดเหมือนที่ผ่านมา
สำหรับการทำตลาดเสื้อผ้า จะเน้นเทคโนโลยีแบบเดียวกับรองเท้า เช่น ซิกเทค (Zigtech) ที่มีจุดเด่นในการช่วยให้เหนื่อยน้อยลง 20% โดยในส่วนของเสื้อผ้าจะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยช่วงเดือน ก.ค.-สค. และจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รีบอคเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ในปีนี้
นาย แมคเฟอร์สัน กล่าวว่า แม้การทำตลาดของรีบอคจะอิงคอนเซ็ปต์ทั่วโลก แต่ก็ยังใหความสำคัญกับแต่บประเทศ หรือ โลคัลไลซ์ เช่น การเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เป็นที่รู้จักในประเทศนั้นๆ นอกเหนือไปจากการใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์หลักที่เป็นนักกีฬาระดับโลก
ขณะที่ตลาดรองเท้ เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่เน้นเรื่องความยืดหยุ่นในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ และจะเริ่มทำตลาดในไทยเดือน ธ.ค. โดยปัจจุบัน รีบอคครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 3 รองจาก อาดิดาส และ ไนกี้
สำหรับภาพรวมของภูมิภาค ประเทศอินโดนีเซีย และ อินเดีย มียอดขายสูงสุดสำหรับผลิตภัณฑ์รีบอคทั้งหมด และประเทศเกาหลีใต้ มียอดจำหน่ายรองเท้า 2 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้
นายวิจักษ์ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยท๊อปสปอร์ต ตัวแทนจำหน่ายรีบอคในไทย กล่าวว่า การทำตลาดแบบโลคัลไลซ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรวมถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียล มีเดีย เป็น จุดสำคัญที่ทำให้รีบอคเติบโตแบบก้าวกระโดด หากเทียบกับช่วง 3 ปีก่อนหน้าที่รีบอคแทบจะไม่ได้รับความนิยมเลย
ทั้งนี้ การทำตลาดในไทยจะเน้นการจัดอีเวนท์ต่างๆ และการที่ผู้ขายในร้านของรีบอครวม 207 แห่งทั่วประเทศมีความรู้ ความเข้าใจในผลิตจภัณฑ์มากกว่าที่จะทำสปอตโฆษณาแต่เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อที่เดินเข้ามาในร้านนั้นมีความต้องการในผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเน้นการสื่อสารในลักษณะแมสมากนัก







