posttoday
แบงก์ใหญ่สะท้านทรวงบัตรเศรษฐีดูดเงินเพียบ

แบงก์ใหญ่สะท้านทรวงบัตรเศรษฐีดูดเงินเพียบ

09 พฤษภาคม 2554

เผยเบื้องหลังบัตรเศรษฐีชิงเบนซ์ของไทยพาณิชย์ป่วนวงการ ดูดเงินฝากไปอื้อ ก่อนเจอ ธปท.ติดเบรก

เผยเบื้องหลังบัตรเศรษฐีชิงเบนซ์ของไทยพาณิชย์ป่วนวงการ ดูดเงินฝากไปอื้อ ก่อนเจอ ธปท.ติดเบรก

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย และกรุงไทย ได้รับผลกระทบจากการออกผลิตภัณฑ์ตั๋วแลกเงิน (บี/อี) 36 เดือน หรือบัตรเศรษฐีของธนาคารไทยพาณิชย์อย่างหนัก โดยตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. มีเงินฝากไหลออกแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท

ผลิตภัณฑ์บัตรเศรษฐีของธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทนที่เร้าใจ กำหนดลงทุนขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท ให้ดอกเบี้ย 2.5% ลูกค้าสามารถร่วมลุ้นรางวัลสร้อยคอทองคำทุกเดือน และรางวัลใหญ่ คือ รถเบนซ์ EClass รุ่น E200 ทุก 3 เดือน มากกว่า 12 คัน

อย่างไรก็ตาม ธนาคารไทยพาณิชย์ตัดสินใจยกเลิกแคมเปญบัตรเศรษฐี เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศฉบับใหม่ ห้ามไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้วิธีระดมเงินฝาก หรือตั๋วแลกเงินที่เข้าข่ายการพนัน ชิงโชค แจกของขวัญ ของรางวัลที่นอกเหนือจากดอกเบี้ย เพื่อผลประโยชน์ของผู้บริโภค สามารถเปรียบเทียบผลตอบแทนได้ชัดเจน ไม่ควรต้องลุ้นของขวัญ ของรางวัลที่ให้ได้เฉพาะลูกค้าบางคนเท่านั้น

“ขนาดเปิดตัวเพียง 56 วัน ธนาคารอื่นๆ ยังมีเงินไหลออกมากขนาดนี้ คาดว่าปล่อยไปอีกคงมีลูกค้าของธนาคารอื่นๆ โยกเงินฝากไปไทยพาณิชย์หลักหมื่นล้านบาทแน่” แหล่งข่าวเปิดเผย

นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.มีเจตนาต้องการดูแลผลประโยชน์ผู้บริโภคให้สามารถเปรียบเทียบผลตอบแทนได้ชัดเจน ไม่ควรต้องไปลุ้นของขวัญ ของรางวัล หรือชิงโชค ลูกค้าจะตัดสินใจว่าควรฝากกับสถาบันใด อัตราดอกเบี้ยเท่าไรได้ แต่ต้องไม่ใช่ถูกแบ่งผลตอบแทนที่ควรจะได้ไปเป็นของขวัญ ของรางวัลที่ได้รับแค่ลูกค้าบางคน ซึ่งไม่ยุติธรรมกับลูกค้าส่วนใหญ่แหล่งข่าวรายเดิม เปิดเผยว่า คาดว่าหลังจากนี้ธนาคารต่างๆน่าจะมีการออกโปรโมชั่นและเคมเปญต่างๆที่ไม่ขัดหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)มากขึ้น เพื่อเร่งระดมเงินฝากในช่วงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นให้เพียงพอต่อความต้องการสินเชื่อ ที่ขยายตัวได้ค่อนข้างดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการลงทุนที่มีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะการหาเงินฝากผ่านการฝากประจำหรือตั๋วบี/อีที่มีกำหนดเวลาแน่นอน จะช่วยธนาคารบริหารต้นทุนและความเสี่ยงได้ดีกว่าเงินฝากเผื่อเรียกและออมทรัพย์ ถือเป็นโอกาสดีของนักลงทุนผู้ฝากเงินที่จะหาผลตอบแทนที่ดี

ธปท.รายงานยอดเงินฝากของสถาบันรับฝากเงินล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ระดับ 10.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระเดียวกันปีก่อน 9.1% เพิ่มขึ้นจากสิ้นไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ระดับ 10.58 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 8.7% สะท้อนว่าเงินฝากเพิ่มขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น


 

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่