
ไล่ตรวจสต๊อกร้านสารเคมีป้องเกษตรกร
สั่งสำรวจสต๊อกสารเคมีเกษตรทั่วประเทศ บังคับรายงานรายเดือน กดดันเอกชนขึ้นทะเบียนผู้ค้า จัดระเบียบเลิกเอาเปรียบเกษตรกร
สั่งสำรวจสต๊อกสารเคมีเกษตรทั่วประเทศ บังคับรายงานรายเดือน กดดันเอกชนขึ้นทะเบียนผู้ค้า จัดระเบียบเลิกเอาเปรียบเกษตรกร
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจสต๊อกสารเคมีเกษตรที่จำหน่ายในร้านค้าและบริษัทผู้ผลิตทั่วประเทศทุกเดือน เพราะหลังวันที่ 22 ส.ค.เป็นต้นไป จะเปิดให้บริษัทผู้ผลิตและนำเข้าสารเคมีเกษตร ต้องขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตรใหม่ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2551 หากหลังวันที่ 22 ส.ค. พบว่าไม่มีสารเคมีเกษตรจำหน่าย ก็จะใช้กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์เข้าเอาผิดทันที “ในเรื่องนี้ขอบอกว่าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเอกชน กฏหมายนี้ออกตั้งแต่ปี 2551 มีเวลาในการขึ้นทะเบียนมากกว่า 3 ปี จนใกล้จะครบกำหนดก็มากบอกว่าทำไม่ได้จะขอขยาย ในขณะที่เอกชนอีกจำนวนมากเขามาขึ้นทะเบียนกันเสร็จแล้วกว่าพันราย ซึ่งในกลุ่มของสารเคมีเกษตรที่สำคัญก็มาขึ้นทะเบียนครบถ้วนแล้ว และจากการตรวจสอบก็พบว่ามีเอกชนหลายบริษัทมีการเร่งนำเข้าสินค้าและผลิตสารเคมีเกษตรเพิ่มจำนวนมากเพื่อเป็นสต๊อกไว้จำหน่ายได้มากกว่า 2 ปีเพื่อเลี่ยงการขึ้นทะเบียนตามกฏหมายใหม่ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมจะต้องเคลื่อนไหวขยายเวลา “ นายจิรากรกล่าว
การขึ้นทะเบียนใหม่ มี 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนแรกต้องมีหนังสือรับรองจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานระหว่างประเทศ GLP (Good Laboratory Practice) เกี่ยวกับการทดลองเบื้องต้น ข้อมูลประสิทธิภาพ พิษเฉียบพลันและพิษตกค้างของสารเข้มข้นและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และขั้นตอนที่สองคือการทดลองใช้ชั่วคราวในแปลงสาธิต เพื่อทราบถึงข้อมูลความเป็นพิษ และระยะเวลาตกค้างในผลผลิต
กรณีดังกล่าวสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และเอกชนผู้ผลิตและนำเข้าสารเคมีเกษตร ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ขยายเวลาขึ้นทะเบียนออกไปอีก 2 ปี เนื่องจากเกรงว่าสินค้าที่ขึ้นทะเบียนไม่ทันจะไม่สามารถวางจำหน่ายได้ จะกระทบต่อตลาดสารเคมี โดยสมาคมระบุว่าอาจจะไม่มีของจำหน่าย
อย่างไรก็ดี การขึ้นทะเบียนครั้งนี้หลายฝ่ายต้องการให้กรมเข้ามาช่วยปิดช่องโหว่ของผู้ค้า ผู้นำเข้า ที่นำสารเคมีอันตรายที่เลิกใช้แล้วในตลาดโลกมาจำหน่ายในไทย นอกจากมีอันตรายแล้ว ยังเอาเปรียบเกษตรกร จึงต้องจัดระเบียบใหม่







