
พระราชพืธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พิธีบำรุงขวัญเกษตรกรไทย
เกษตรกรรม นับว่ามีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์ เพราะธัญญาหารที่เกษตรกรปลูกได้ในแต่ละปีถูกนำมาใช้เป็นอาหาร ดัดแปลงเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ
เกษตรกรรม นับว่ามีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์ เพราะธัญญาหารที่เกษตรกรปลูกได้ในแต่ละปีถูกนำมาใช้เป็นอาหาร ดัดแปลงเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ
วันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจึงเป็นวันที่จัดขึ้นเพื่อให้ความสำคัญของการมีเมล็ดพืชพันธุ์อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อวิถีผลิตแบบพึ่งพิงธรรมชาติ
นอกเหนือจากการมีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำฝนที่มีปริมาณเพียงพอ และปัจจัยอื่นๆ แล้ว หากได้เมล็ดพืชพันธุ์ที่ได้ผ่านการเลือกสรร รวมทั้งการสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรมีความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพ การเกษตรไทยจะพัฒนามากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ทุกปีทางราชการจึงจัดให้มีพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้น
งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “งานแรกนาขวัญ” จัดขึ้นเป็นงานเฉพาะ เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลแก่กระบวนการผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหารของไทย มุ่งหมายบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่เกษตรกรของชาติเมื่อย่างเข้าสู่ต้นฤดูกาลเพาะปลูกทุกปี นับตั้งแต่โบราณจวบจนปัจจุบันพระราชพิธี
พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกันคือพระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง
นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเรื่อยมางานแรกนาขวัญมีแต่เพียงพิธีทางศาสนาพราหมณ์เท่านั้น จนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้นงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจึงเป็นพระราชพิธีที่สมบูรณ์พร้อม นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันในพระราชพิธีอื่นๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก หรือเดือน พ.ค. ที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณีก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น
ปีนี้งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 และ 13 พ.ค.
การจัดงานพระราชพิธีฯ ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2479 แล้วว่างเว้นไปจนกระทั่งในปี 2503 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชพิธีขึ้นใหม่ และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ปี 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันพระราชพิธีฯ เป็น วันเกษตรกร ประจำปีอีกด้วย เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีฯ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีฯ ตลอดมา
ในแต่ละปีได้กำหนดไว้ว่า ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาจะต้องเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น นอกจากว่าปลัดกระทรวงเกษตรฯ ติดราชการสำคัญยิ่งอื่นๆ หรือสุขภาพไม่ดี ท่านจึงจะขอพระบรมราชานุญาตมอบหมายให้ผู้อื่นที่เหมาะสมทำหน้าที่แทน
ปีนี้ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นปีแรก ส่วนผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเทพีทั้งหาบทองและหาบเงินจะคัดเลือกจากบรรดาข้าราชการสาวโสดของกรมต่างๆ ในสังกัด
หลักเกณฑ์การคัดเลือกเทพีในแต่ละปีจะดูที่ความเหมาะสมต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ที่เป็นทางการ คือ โสดและได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว ที่ไม่เป็นทางการคือ อายุพอสมควร สุขภาพดี ส่วนสูงพอเหมาะ หรือสูงใกล้เคียงกันในระหว่างคู่หาบเงินด้วยกัน
เทพีคู่หาบทอง เลื่อนจากผู้ที่เคยทำหน้าที่คู่หาบเงินเมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ น.ส.เดือนเพ็ญ ใจคง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรมหม่อนไหม และ น.ส.สรชนกวงศ์พรม นายช่างโยธาชำนาญงาน กรมประมง ส่วนผู้ทำหน้าที่ เทพีคู่หาบเงิน ปีนี้ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากหน่วยงานต่างๆในสังกัดกระทรวงฯ ได้แก่ น.ส.สิริลักษณ์ สมสกุล นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ กรมชลประทาน และ น.ส.เจษฎาภรณ์ สถาปัตยานนท์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กรมส่งเสริมสหกรณ์
พระโคปีนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในการประกอบพระราชพิธีฯ ตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมคือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวของลำตัวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร
โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่าย ไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาและขวัญหลังถูกต้องตามลักษณะที่ดี กีบและข้อเท้าแข็งแรง ถ้ามองดูด้านข้างของลำตัวจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม งานพระราชพิธีฯ ทุกปีจะเตรียมพระโคไว้ 2 คู่ ปีนี้ พระโคแรกนา ได้แก่ พระโคฟ้า และ พระโคใส ส่วน พระโคสำรอง ได้แก่พระโคเทิด และ พระโคทูน
ในงานพระราชพิธีฯ ยังมีการมอบรางวัลและยกย่องประกาศเกียรติคุณให้แก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นประเภทต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก ยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติด้วย โดยทั้งหมดจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันที่ 13 พ.ค. ณ บริเวณมณฑลพิธีสนามหลวง







