posttoday
เป๊ปซี่ เตียงหัก เสริมสุข ศึกยืดเยื้อ จบเจ็บมากหรือน้อย  ( รอตรวจ )

เป๊ปซี่ เตียงหัก เสริมสุข ศึกยืดเยื้อ จบเจ็บมากหรือน้อย ( รอตรวจ )

03 พฤษภาคม 2554

หลังปิดฉากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ไปเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยบริษัทเสริมสุข

หลังปิดฉากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ไปเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยบริษัทเสริมสุข

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มคาร์บอเนตและปราศจากคาร์บอเนต บอกเลิกสัญญาธุรกิจกับพันธมิตรน้ำดำแบรนด์ยักษ์ระดับโลก “เป๊ปซี่” ภายใต้การดำเนินการของบริษัทเป๊ปซี่โคลา (ไทย) เทรดดิ้ง เจ้าของและผู้ทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม เป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ

เนื่องด้วยบริษัทเป๊ปซี่โคลาฯ แพ้โหวตกรรมการ 6 คนที่ส่งเข้ามา และไม่สามารถลงนามในสัญญาฉบับใหม่ ได้ภายในวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเตรียมยกเลิกสัญญาภายใน 1 ปีนับจากนี้ หรือ มีผลในวันที่ 1 เม.ย. 2555 ซึ่งเป็นไปตามผลการประชุมผู้ถือหุ้นในวาระดังกล่าว ที่จบลงด้วยผู้ถือหุ้นมีมติ เป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 99.49% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิโหวตและเข้าร่วมประชุม

จากผลการประชุมฯครั้งนี้ อาจเป็นชัยชนะของบริษัทเสริมสุขที่อยู่เหนือบริษัทเป๊ปซี่โคลาฯ แค่เพียงยกแรกในศึกชิงคะแนนเสียงโหวตจากผู้ถือหุ้น และอาจเป็นแค่การเริ่มนับแต้มศูนย์ที่ยังไม่ถึง1 ด้วยซ้ำ จากที่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ใครจะเป็น ‘ผู้แพ้’ หรือ ‘ผู้ชนะ’ ที่แท้จริง จากหลายตัวแปรที่ยังแฝงอยู่

โดยเฉพาะในทางกฎหมายหลายข้อ ที่ทั้งทั้งฝ่ายบริษัทเสริมสุข และ เป๊ปซี่ฯ ต่างเตรียมงัดออกมาสู้ในคดีแพ่ง หรือ สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ ที่มีบริษัทเอสบีเค เบฟเวเรจ ถือหุ้นในสัดส่วน 9.13% ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของซันโตรี เบฟเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศญี่ปุ่น และเป็นพันธมิตรทางการค้ากับเป๊ปซี่ โค ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังต้องมีการตรวจสอบในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ด้วย

อย่างไรก็ตามในด้านแผนกิจกรรมการตลาดสินค้าเครื่องดื่มต่างๆในพอร์ตเป๊ปซี่ฯ ที่ขณะนี้ยังเป็นไปตามปกติ จากการแข่งขันที่ยังรุนแรงในตลาดน้ำอัดลมมูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาท รวมถึงการขนส่งและกระจายสินค้า(ลอจิสติกส์) ซึ่งถือเป็น ‘หัวใจ’ สำคัญของธุรกิจเครื่องดื่ม ที่ต้องอาศัยช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่ครอบคลุม

ขณะที่บริษัทเสริมสุข ถือว่ามีความแข็งแกร่งด้านการกระจายสินค้า ที่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ น้ำดำ “เป๊ปซี่” ในเมืองไทย เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายในตลาดแซงคู่แข่งอันดับ1ตลอดกาลในตลาดโลกอย่าง‘โค้ก’

 

ปริญญา เพิ่มพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เสริมสุข กล่าวว่าบริษัทเตรียมยกเลิกการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเป๊ปซี่ ในวันที่ 1 เม.ย.ปีหน้า โดยในระหว่างนี้ต้องเตรียมความพร้อมในการขยายไลน์สินค้าไปยังเครื่องดื่มใหม่ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท และเชื่อว่าจากนี้ไปบริษัทจะได้รับความสนใจจากกลุ่มธุรกิจเป็นอย่างมาก

ขณะที่อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญอย่างยักษ์เครื่องดื่มจากญี่ปุ่น ‘ซันโตรี’ ที่ปัจจุบันเป็นพันธมิตรธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการในไทยบริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้และผลไม้กระป๋อง “ทิปโก้” ด้วยเช่นกัน

วิวัฒน์ ลิ้มศักดานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจอาหารทิปโก้ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ทิปโก้ ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่าการที่ซันโตรี ประเทศญี่ปุ่นเข้าไปถือหุ้นในกิจการด้านการกระจายสินค้า(ดิสติบิวเตอร์)ของบริษัทในเสริมสุข นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในเชิงธุรกิจ ซึ่งไม่ต้องการกล่าวพาดพิงแต่อย่างใด และเป็นคนละส่วนกับการดำเนินธุรกิจร่วมกันกับบริษัท

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทเป็นพันธมิตรร่วมทุน(เจวีซี) กับบริษัทซันโตรี ประเทศญี่ปุ่นด้านการผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนตามแผนการขยายตลาดในอนาคตเท่านั้น

สำหรับบริษัทเป๊ปซี่ โคลาฯ ที่แม้ว่าจะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มน้ำอัดลมระดับโลก แต่หากเมื่อขาด ‘หัวใจ’ ในการทำตลาดเครื่องดื่มด้านลอจิสติกส์แล้ว ก็อาจทำให้ต้องเสียส่วนแบ่งตลาดหรือเพลี่ยงพล้ำร่วงลงไปเป็นเบอร์ 2 ในตลาดเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก

ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง 12 เดือนนับจากนี้ ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่า ทางเป๊ปซี่จะสามารถกลับเข้ามาใหม่ได้โดยการให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติเรื่องแผนธุรกิจใหม่ได้ เมื่อนั้นทั้ง 2 ธุรกิจ คือ บริษัทเสริมสุข กับเป๊ปซี่ อาจจะได้กลับมาจูบปากเซ็นสัญญาทางธุรกิจอีกครั้งก็เป็นไปได้ พอๆกับที่บริษัทเป๊ปซี่ อาจได้พันธมิตรผู้ผลิตและกระจายสินค้าเครื่องดื่มรายใหม่ ที่ความแข็งแกร่งเทียบกับรายเดิมอย่างบริษัทเสริมสุข ที่ผูกสัญญามายาวนานกว่า 58 ปีในประเทศไทย ที่อาจหันไปผลิตสินค้าน้ำอัดลมยี่ห้ออื่นหรือที่เป็นของตัวเองก็ได้เช่นกัน


 

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน