
ท่องเที่ยวจีนกับโลกไซเบอร์
...ฐาปนา
ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว วันนี้ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องเมืองจีนสักหน่อย
ตอนนี้กระแสธุรกิจโลกต่างก็กำลังมุ่งหน้าสู่จีน ประเทศมหาอำนาจใหม่ทางเศรษฐกิจ ที่เชื่อว่า หลายประเทศมองด้วยความอิจฉา ที่จีนโตวันโตคืน ไม่ว่าเศรษฐกิจที่ไหนจะทรุด แต่จีนก็ไม่หวั่น สวนกระแสสร้างความน่าสนใจทางเศรษฐกิจได้เรื่อยๆ
จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงในสังคม ตอนนี้ทำให้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนกันมาก หักปากกาเซียนบางท่านที่เคยประเมินไว้ว่า การใช้อินเทอร์เน็ตในจีนไม่น่าจะเฟื่องฟู เพราะรัฐบาลยังปิดกั้นหลายอย่าง แต่เอาเข้าจริงๆ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศจีนกลับโตเอ๊า...โตเอา และพลอยทำให้ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตเติบโตไปด้วย
ล่าสุด ไอรีเสิร์ช (iResearch) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านอินเทอร์เน็ตได้เปิดเผยผลการศึกษาว่า อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในเทศกาลตรุษจีนแล้ว เนื่องจากโดยปกติคนจีนจะออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากหลังจากเซ่นไหว้เสร็จ ตามธรรมเนียมที่จะมีวันจ่าย วันไหว้ ตามด้วยวันเที่ยว ดังนั้น ก่อนที่เทศกาลจะมาถึง ผู้ที่เตรียมพร้อมล่วงหน้าก็จะมองหาสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมกับบริการอื่นๆ เช่น การเดินทาง โรงแรม ฯลฯ เอาไว้ก่อน เพราะหากไม่จอง ก็อาจจะต้องผิดหวังได้
จากเมื่อก่อนนี้ ที่การจองบริการท่องเที่ยวทำกันแบบเดินไปจอง โทรศัพท์ หรือโอนเงิน แต่เดี๋ยวนี้ คนจีนรุ่นใหม่ใช้อินเทอร์เน็ต บวกกับบัตรเครดิต เข้ามาเป็นตัวช่วยในการท่องเที่ยวมากขึ้น และการที่มันเป็นเรื่องง่าย ก็เลยพลอยเป็นการส่งเสริมให้ตลาดท่องเที่ยวเฟื่องฟูด้วย โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่ท่องโลกไซเบอร์เพื่อหาแหล่งท่องเที่ยวนี้ เป็นชนชั้นกลางที่เริ่มมีกำลังซื้อ และต้องการการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการท่องเที่ยวก็ยุ่งมากเป็นพิเศษก่อนเทศกาลปีใหม่ชาวจีน
ไอรีเสิร์ชประมาณการว่า รายได้จากการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และแพ็กเกจทัวร์ทางอินเทอร์เน็ตจะสูงถึง 4,750 ล้านหยวน หรือ 695.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2010 และตัวเลขนี้น่าจะกระโดดเพิ่มมากขึ้นเป็น 9,010 ล้านหยวน ในปี 2013
“
ทัศนคติและไลฟ์สไตล์ของชาวจีนมีการเปลี่ยนแปลง และด้วยความที่พวกเขามีความสามารถในการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้มองว่าการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการมีไลฟสไตล์ที่ดี” ไอรีเสิร์ช กล่าวในรายงานล่าสุดเกี่ยวกับธุรกิจที่กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนอกจากรายได้ของการท่องเที่ยวที่มาทางโลกไซเบอร์แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวของรัฐบาลจีน ซึ่งอ้างอิงตัวเลขจากหน่วยงานบริหารการท่องเที่ยวแห่งชาติว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของจีนสามารถทำรายได้สูงถึง 1.3 ล้านล้านหยวน ในปี 2009 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตขึ้น 9% จากปี 2008
เบน คาเวนเดอร์ นักวิจัยอาวุโสของบริษัท ไชนา มาเก็ต รีเสิร์ช กรุ๊ป ประมาณการว่า ในมูลค่ามหาศาลของธุรกิจท่องเที่ยวจีนนี้ น่าจะเป็นเม็ดเงินผ่านการจองตั๋วต่างๆ ทางออนไลน์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 810% ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขมหาศาลที่น่าสนใจมาก
“
มีผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เข้ามาจองตั๋วโดยสารและที่พักสำหรับการเดินทางผ่านอินเทอร์เน็ต” คาเวนเดอร์กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี และเขายังคาดการด้วยว่า สัดส่วนนี้น่าจะเติบโตเป็น 1516% ใน 2 ปีข้างหน้า“
ผู้บริโภคกำลังรู้สึกสบายใจมากขึ้นเรื่อยๆ กับความคิดเกี่ยวกับการซื้อของออนไลน์ และการใช้เครดิตการ์ดก็เพิ่มขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา” คาเวนเดอร์ย้ำถึงความสำคัญของอินเทอร์เน็ต และเงินพลาสติกก่อนหน้านี้ เคยมีการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการว่า ในประเทศจีนอันกว้างใหญ่นั้น มีประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตแล้วอย่างน้อย 384 ล้านราย ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากกว่าประเทศไหนๆ ในโลก ในขณะที่การเติบโตของการทำบัตรเครดิตใหม่ๆ ก็เพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น คงยากที่ใครจะมากล่าวหาว่า จีนยังล้าหลังในเรื่องออนไลน์ เพราะดูจากปริมาณผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ต้องบอกว่า จีนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วต่างหาก
หันไปมองด้านการท่องเที่ยวอีกที เอเอฟพีรายงานว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ประชากร 1,300 ล้านคนของมหาอำนาจแห่งนี้รวยขึ้น ดูได้จากตัวเลขรายได้ต่อหัวของประชากรทั้งในเมืองและในชนบท ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ในปี 2009 และการที่มีรายได้มากขึ้นนี้เอง ที่ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตตามมาอย่างรวดเร็ว
มีรายงานจากสำนักข่าวของรัฐบาลจีนว่า ในปี 2009 จำนวนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีนเพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า มาเป็นตัวเลขการเดินทางจำนวนประมาณ 1,900 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าจำนวนประชากรเสียอีก แสดงให้เห็นว่า คนบางคนมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปี ในขณะที่การเดินทางไปต่างประเทศก็เติบโตขึ้น 3.6% มาสู่ตัวเลข 47.5 ล้านครั้ง
เว็นดี้ ฮวง นักวิเคราะห์จากรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ ซึ่งประจำการอยู่ที่ฮ่องกง คาดการว่า การเดินทางในประเทศจีนในปีนี้จะเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญมาจากการจัดงานเอ็กซ์โป ที่จะมีขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชม 70 ล้านคน และส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนด้วยกันเอง
“
การใช้จ่ายต่อหัวเพื่อการท่องเที่ยวน่าจะเพิ่มขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า และปี 2010 นี้ ก็น่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว เพราะว่ามีเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความต้องการท่องเที่ยวในจีน” ฮวงกล่าว ในขณะที่คาเวนเดอร์ ก็ย้ำว่า กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 2435 ปี ที่อาศัยในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เป็นกลุ่มที่สร้างความต้องการของการเดินทางโดยเครื่องบิน โรงแรม และแพ็กเกจทัวร์มากขึ้นเรื่อยๆ และจากที่เห็นอยู่ในขณะนี้ กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ดูจะเป็นกลุ่มที่มีทัศนคติที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ เป็นกลุ่มที่เปิดกว้างและมีความสบายใจในการใช้ช่องทางการชำระเงินที่ไม่ใช่เงินสด เช่น บัตรเครดิต ที่คนรุ่นเก่าอาจจะยังไม่สะดวกใจที่จะรูดปรื๊ด รูดปรื๊ดเหมือนคนรุ่นใหม่เห็นอย่างนี้แล้ว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในบ้านเรา ก็อาจจะพอมองเห็นหนทางว่า สามารถทำการตลาดบุกเข้าไปในจีนได้ไม่ยากนัก ไม่จำเป็นต้องไปตั้งบริษัท หรือเปิดบูธถึงแดนมังกร แต่สามารถสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวไทยผ่านอินเทอร์เน็ตให้คนจีนรุ่นใหม่มาเที่ยวเมืองไทยได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างหนึ่งก็คือ แม้คนจีนจะนิยมใช้อินเทอร์เน็ตกันมาก แต่ก็ชอบท่องเว็บที่เป็นภาษาจีนมากกว่าภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเจาะตลาดนี้ ก็ควรจะต้องคำนึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่สำหรับคนไทย เพราะในบ้านเราก็มีผู้เชี่ยวชาญภาษาจีนที่จะช่วยเรื่องการพัฒนาเว็บไซต์ได้มาก
การบุกตลาดการท่องเที่ยวจีนด้วยเว็บไซต์ และหักเงินผ่านบัตรเครดิต อาจจะกลายเป็นแหล่งพัฒนาเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโลกปัจจุบัน ที่ฝรั่งเที่ยวน้อยลง เพราะเงินในกระเป๋าหดตัว การหันมาหาตลาดเอเชีย โดยเฉพาะคนจีนที่รวยวันรวยคืน ก็น่าจะเป็นถนนเปิดกว้างที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกอุปสรรคหนึ่งที่ต้องแก้ให้ตกก็คือ ในบ้านเราเองก็มีการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งก็มีข่าวคราวออกมาในทางลบ เช่น โฆษณาในเว็บไซต์ไว้สวยหรู แต่พอถึงเวลาไปเที่ยวแล้ว ของจริงไม่เหมือนกับที่เห็นในภาพ
รวมไปถึงการที่ลูกค้าโอนเงินให้แล้ว แต่ผู้ประกอบการที่เป็นแกะดำบางรายก็เบี้ยวลูกค้าเอาดื้อๆ เป็นเรื่องที่ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะต้องหาทางร่วมด้วยช่วยกัน ในการทำให้ผู้ประกอบการโดยรวมส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่จริงใจ สุจริต เที่ยงธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ผู้ประกอบการและลูกค้าไม่ได้เจอกันมาก่อน การซื้อขายจึงจะต้องเกิดจากความเชื่อใจเป็นสำคัญ และการออกโรง ออกหน้าโดยองค์กรใหญ่ๆ ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าต่างแดนได้เป็นอย่างดี
อย่าปล่อยให้แกะดำเพียงไม่กี่ตัวทำลายภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมโดยรวมไปทั้งหมด ทำให้เงินที่ควรจะได้หดหาย แต่ต้องช่วยกันอย่างจริงจัง เพื่อบุกตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้อให้มาบ้านเรามากๆ ให้ได้...







