posttoday
เร่งศึกษาก่อนติดคุก ร่างพรบ.คอมพ์ใหม่

เร่งศึกษาก่อนติดคุก ร่างพรบ.คอมพ์ใหม่

25 เมษายน 2554

กำลังเป็นกระแสร้อนแรงมากในชุมชนออนไลน์ กับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

กำลังเป็นกระแสร้อนแรงมากในชุมชนออนไลน์ กับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

พ.ศ. ... ที่เป็นการปรับปรุงเนื้อหาใหม่ และยกเลิก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยกลุ่มพลเมืองอินเทอร์เน็ตได้รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้หยุดการเสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และให้มีการทบทวนยกเลิกร่างกฎหมายฉบับนี้ คำถามคือ ทำไมร่างกฎหมายใหม่จึงเป็นที่น่าวิตกกังวลในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตขนาดนี้ ทั้งที่หลายคนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน ยังไม่รู้ด้วยว่ามีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้แล้ว

ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับใหม่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้จัดทำขึ้นใหม่และเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งข้อกังวลที่กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตพบคือ อาจมีเนื้อหาละเมิดสิทธิเสรีภาพเกินความจำเป็น และอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายอีกด้วย

เร่งศึกษาก่อนติดคุก ร่างพรบ.คอมพ์ใหม่

ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ ให้ความเห็นว่า ปัญหาเดิมๆ ของกฎหมายคือขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ ไม่มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่มาทำงานด้านนี้ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา ทำให้ตลอด 3 ปีที่ใช้กฎหมายนี้มา ประชาชนโดนละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานไปมาก การจัดทำร่างกฎหมายใหม่มีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น มีอำนาจควบคุมข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน นอกจากนี้ยังมีหลายมาตราที่เขียนไม่ชัดเจน เปิดช่องให้ตีความได้กว้างขวาง นอกจากไม่แก้แล้วยังเพิ่มปัญหาอีกด้วย

กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ต้องมีการเปิดโอกาสให้ประชาชน ซึ่งเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้มีส่วนร่วม เพราะปัญหาหลัก คือ คนแก้ไขไม่ใช่คนใช้กฎหมาย และการเพิ่มความรุนแรงไม่ใช่ทางออก

สำหรับเนื้อหาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีสัดส่วนตัวแทนจากรัฐบาลและตำรวจ 8 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี

คณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ออกระเบียบประกาศตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.นี้ และมีอำนาจเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐาน รวมถึงปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้ถือว่าคณะกรรมการและอนุกรรมการ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

สิ่งสำคัญคือคณะกรรมการดังกล่าวไม่มีตัวแทนจากภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตร่วมอยู่ด้วยแม้แต่คนเดียว แสดงให้เห็นว่านอกจากเนื้อหาที่มีแนวโน้มละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานแล้ว ประชาชนยังไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาอีกด้วย

ส่วนอื่นๆ เช่น มาตรา 23 มีเนื้อหาว่า หากผู้ใดผลิต จำหน่าย จ่ายแจก ทำซ้ำ มีไว้ หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งโปรแกรมที่ใช้เจาะระบบ การก๊อบปี้ดาวน์โหลดไฟล์อย่างทอร์เรนท์ การดักข้อมูล การก่อกวนระบบ ก็มีความผิดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ทั้งนี้การใช้โปรแกรมลักษณะนี้ในวงการศึกษามีอย่างแพร่หลาย เนื้อหาของมาตรานี้จึงอาจกระทบต่อการใช้งานในลักษณะดังกล่าว

มาตรา 26 เป็นการเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจตั้งข้อหาดูหมิ่นได้ คือ ความผิดตามร่างฉบับใหม่นี้กำหนดให้การดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทมีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ทั้งที่การหมิ่นประมาทในกรณีปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญามีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

ธนกฤต เปี่ยมมงคล นักกฎหมายจากเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า กรณีการหมิ่นประมาทมีโทษจำคุก 1 ปี หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาจำคุก 2 ปี แต่ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นี้ มีโทษจำคุก 3 ปี และกรณีที่กฎหมายมุ่งเอาโทษกับตัวกลาง ทั้งผู้ให้บริการเว็บมาสเตอร์ทุกประเภท มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ทำให้ตัวกลางต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ส่งผลต่อเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นในสังคม

แหล่งข่าวจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอินเทอร์เน็ตอีกรายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่มาก และไม่มีหลักเกณฑ์มากำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องผ่านการฝึกอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและการใช้กฎหมายอย่างแท้จริง มีความเป็นไปได้ที่จะมีการจำกัดสิทธิอย่างมากในโลกออนไลน์

สิ่งที่จะได้รับผลกระทบอันดับต้นๆ คือ โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ เว็บฝากรูปภาพต่างๆ เพราะทั้งหมดคือข้อมูลและเนื้อหาที่มีการแบ่งปันและช่วยกันกระจายระหว่างกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นแนวคิดของโลกออนไลน์อย่างแท้จริง แต่กฎหมายใหม่พยายามจำกัดการแพร่หลายของข้อมูลนี้

แม้จะมีการรวบรวมรายชื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และมีการยืนยันว่าจะไม่มีการเสนอร่างกฎหมายนี้ ก่อนมีการยุบสภาประมาณสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.นี้ แต่นั่นเป็นเพียงการยืดเวลาพิจารณาออกไปเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องเร่งแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับใหม่ หรือยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไป เพื่อให้มีการระดมความคิดเห็นกันใหม่ทั้งหมด ยิ่งมีความพยายามรวมกลุ่มของกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากช่องทางต่างๆ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของร่างกฎหมายใหม่ ที่รัฐบาลต้องหันมาสนใจและให้ความสำคัญมากกว่านี้

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน