posttoday
4บริษัทยุ่นจ่อถอนการลงทุนหลังปมมาบตาพุดไม่คืบ

4บริษัทยุ่นจ่อถอนการลงทุนหลังปมมาบตาพุดไม่คืบ

05 กุมภาพันธ์ 2553

JCCเผยนักลงทุนญี่ปุ่นจ่อถอนการลงทุนในไทย4ราย กังวลปัญหามาบตาพุด จี้รัฐบาลทำโรดแมพให้ชัด

JCCเผยนักลงทุนญี่ปุ่นจ่อถอนการลงทุนในไทย4ราย กังวลปัญหามาบตาพุด จี้รัฐบาลทำโรดแมพให้ชัด

 

นายมูเนโนริ ยามาดะ ประธานคณะกรรมการวิจัยทางเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ หรือ JCC เปิดเผยถึงผลกระทบจากปัญหามาบตาพุด ว่านักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จำนวน 48 บริษัท มีความกังวลถึงผลกระทบทางตรง โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี ก่อสร้าง  วิศวกรรม เหล็กและอโลหะและเครื่องจักร และมี 4 บริษัท อาจทบทวนแผนการลงทุนในไทย โดย JCC เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหามาบตาพุด 3 ข้อ คือ ต้องการให้ผู้บริหารระดับสูง และรัฐบาล ออกมาอธิบายเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหา พร้อมกำหนดรายละเอียดและแผนแก้ปัญหาให้ชัดเจน รวมทั้งต้องการให้ภาคบริหารและนิติบัญญัติ มีส่วนร่วมกำหนดแผนแก้ปัญหามาบตาพุด โดยมองว่าปัญหาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนญี่ปุ่น มากกว่าปัญหาการเมืองและการปิดสนามบิน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนญี่ปุ่นไม่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากสถาบันการเงินของไทย เพราะมีการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่นๆ ไว้แล้ว แต่ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อให้ได้ เพราะโครงการอยู่ในคำสั่งระงับลงทุนของศาล ส่วนการจะฟ้องร้องรัฐบาลไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท เพราะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ทางเจโทร และJCC จะมีการจัดประชุมสัมมนาและเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมจากญี่ปุ่นมาให้ข้อมูลเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีการเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวขณะที่ผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ปี 2552 พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 สภาพธุรกิจโดยรวมปรับตัวในทิศทางที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และคาดการณ์ว่าจะปรับตัวดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 โดยดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ มีค่าเท่ากับ 40 แสดงถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นแม้การปรับตัวจะเป็นไปในอัตราที่ลดลง ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ยอดขายและกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี53 จะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น แต่การฟื้นตั วยังไม่รวดเร็วและแรงเหมือนรูปตัว V

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนญี่ปุ่น ยังมองว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุน โดยจากการสำรวจพบว่า นักลงทุนญี่ปุ่น ร้อยละ 48 หรือ 177 บริษัท จะขยายธุรกิจในประเทศไทย และไม่มีการย้ายฐานของธุรกิจ และร้อยละ 44 หรือประมาณ 162 บริษัท จะขยายธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้นโดยเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาธุรกิจของญี่ปุ่นในต่างประเทศ แต่จะเปลี่ยนการส่งออกไปยังประเทศอินเดีย และประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น โดยในปีนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ยังมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทย เร่งพัฒนาและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทางด้านศุลกากร พัฒนาระบบภาษี พัฒนาระบบสาธารณูปโภคในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งพัฒนาเชื่อมโยงระบบสาธารณูโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69