
ชูตลาดเกิดใหม่-เอเชียยังเด่น
อเบอร์ดีนมั่นใจเศรษฐกิจโตดีมองครึ่งปีแรกตลาดหุ้นวิ่งแรง
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.อเบอร์ดีน มองเศรษฐกิจโลกปี 2553 อาจชะลอตัวช่วงครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์เลือกหุ้นให้ถูกตัว พร้อมชูตลาดเกิดใหม่และเอเชียยังเจ๋งสุดนายควอก เชิน เย่ ผู้จัดการกองทุนตราสารทุน ทีมตราสารทุนเอเชียแปซิฟิก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2553 มองว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในครึ่งปีแรก และขยายตัวช้าลงในครึ่งปีหลัง แต่จะไม่กลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีก โดยต้องจับตาการยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม อเบอร์ดีนยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และเอเชียยังมีการเติบโตที่ดี โดยจีนและอินเดียยังเป็นกลไกในการเติบโตของเอเชีย จึงมองว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคดังกล่าวยังน่าสนใจ และมองว่าจากสภาพคล่องที่ยังมีอยู่อาจจะผลักดันให้ตลาดปรับตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้งในครึ่งปีแรก แต่ครึ่งปีหลังเป็นช่วงท้าทายที่น่าจับตามอง
“
นักลงทุนเริ่มมองที่ปัจจัยพื้นฐานของตัวบริษัทมากขึ้น แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ของบริษัทต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและการลดค่าใช้จ่ายมากขนาดไหน ดังนั้นกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้น” นายเชิน เย่ กล่าวขณะที่บลจ.อเบอร์ดีน เน้นลงทุนในเชิงอนุรักษนิยมในบริษัทที่มีชื่อเสียงดี มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและสภาพคล่องสูง
นายอดัม แมคเคบ ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้อาวุโส ทีมตราสารหนี้เอเชียแปซิฟิก บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า อเบอร์ดีนมองว่าความเสี่ยงหลักในการลงทุนขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่รัฐบาลจะยกเลิกมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อนโยบายการเงินเริ่มที่จะเข้มงวดขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดช่วงเวลาในการดำเนินการเพียงเล็กน้อย จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคาดการณ์ว่าผู้กำหนดนโยบายจะรอเวลาในการฟื้นตัวดีกว่าที่จะรีบเปลี่ยนแปลงใดเร็วๆ จนเกินไป จนต้องเผชิญกับความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง
นายแมคเคบ กล่าวว่า ในแง่ของการลงทุนในตราสารหนี้ อเบอร์ดีนมองว่าแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะทั้งนี้นโยบายทางการเงินที่ไม่เข้มงวดจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อสภาวะฟองสบู่ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียและหลายๆ ประเทศในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ยังคงไว้ซึ่งการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินส่งผลในเชิงลบต่อราคาของตราสารหนี้ แต่ยังเห็นโอกาสในการลงทุน เนื่องจากราคาไม่อาจเป็นสิ่งสะท้อนต่อทุกความเปลี่ยนแปลง
“
เราเชื่อมั่นในสกุลเงินของประเทศในทวีปเอเชีย ขณะที่การแข็งค่าขึ้นในช่วงระยะสั้นของเหรียญสหรัฐสร้างโอกาสในการซื้อขายเงินวอนของเกาหลีใต้ รูเปียห์ของอินโดนีเซียและรูปีของอินเดีย ที่มากกว่านั้นเรายังเล็งเห็นถึงมูลค่าของพันธบัตรระดับที่ลงทุนได้ในเอเชียเมื่อเทียบกับพันธบัตรในระดับเดียวกันในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และยังมองว่ามูลค่าของธนาคารในฝั่งเอเชียยังอยู่ในระดับตํ่าเมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐ ทำให้การลงทุนของอเบอร์ดีนจะยังเน้นหนักไปในหุ้นกู้ของสถาบันการเงิน” นายแมคเคบ กล่าว






