
ยอดผลิตรถยนต์มี.ค.พุ่งต่อเนื่อง
ส.อ.ท.เผย ยอดผลิตรถยนต์เดือนมี.ค.พุ่งต่อเนื่อง ขยายตัว 13.8% เนื่องจากยอดขายในประเทศโตกว่า 47% ส่งออกขยายตัว 1.82% คาดครึ่งปีหลังจะเร่งการผลิตหลังผลิตลดลงจากผลกระทบญี่ปุ่น
ส.อ.ท.เผย ยอดผลิตรถยนต์เดือนมี.ค.พุ่งต่อเนื่อง ขยายตัว 13.8% เนื่องจากยอดขายในประเทศโตกว่า 47% ส่งออกขยายตัว 1.82% คาดครึ่งปีหลังจะเร่งการผลิตหลังผลิตลดลงจากผลกระทบญี่ปุ่น
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนมี.ค. 2554 มีจำนวนทั้งสิ้น 1.72 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.8% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออกจำนวน 8.02 หมื่นคัน เท่ากับ 46.63% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 3.08% และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจำนวน 9.17 หมื่นคัน คิดเป็น 53.37% ของการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 34.23% รวมยอดการผลิตใน 3 เดือนแรกตั้งแต่ม.ค.-มี.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 4.68 แสนคัน เพิ่มขึ้น 22.5%
ทั้งนี้ เนื่องจากยอดขายในประเทศเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมี.ค. มียอดขายจำนวน 9.3 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 47.5% รวม 3 เดือน มียอดขายรถยนต์ 2.38 แสนคัน เพิ่มขึ้น 43.1% เพราะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี ราคาสินค้าเกษตรยังมีราคาสูง รวมถึงการส่งออกยังคงเติบโต
ขณะที่ยอดการส่งออกรถยนต์ในเดือนมี.ค.มียอดการส่งออกทั้งหมด 8.56 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 1.82% โดยมีมูลค่าการส่งออก 3.77 หมื่นล้านบาท ลดลง 3.77% รวมการส่งออก 3 เดือน ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไปแล้ว 2.34 แสนคัน เพิ่มขึ้น 8.18% มีมูลค่าการส่งออก 1.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.09% ซึ่งการส่งออกเริ่มจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย เพราะคำสั่งซื้อจากตะวันออกกลางลดลง โดยตลาดตะวันออกกลางมีสัดส่วนประมาณ 10% ของการส่งออกทั้งหมด ส่งผลให้ยอดโดยรวมตกลงไปบ้าง
สำหรับการคาดการณ์การผลิต 3 เดือนข้างหน้า ขณะนี้ทุกค่ายรถยนต์ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เนื่องจากต้องรอการประเมินสถานการณ์การผลิตชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นอยู่ โดยตอนนี้เกือบทุกโรงงานกลับมาทำงานตามปกติแล้ว โรงงานในเมืองไทยยังยกเว้นการทำโอทีต่อไป ซึ่งชิ้นส่วนรถยนต์ที่ส่งไปผลิตในโรงงานอื่นในญี่ปุ่นแทนโรงงานที่เสียหาย ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน ต้องใช้เวลา จึงอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตในเมืองไทยได้
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าการส่งมอบรถให้ลูกค้าอาจจะมีการส่งมอบช้ากว่ากำหนดบ้าง เนื่องจากผลิตไม่ทันตามคำสั่งซื้อที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยค่ายรถยนต์จะเน้นผลิตส่งมอบแก่ลูกค้าในประเทศก่อนอยู่แล้ว เพราะคำสั่งซื้อต่างประเทศยังพอที่จะชะลอการส่งมอบออกไปได้
“ครึ่งปีหลัง เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาพปกติ ค่ายรถยนต์คงต้องอัดโอทีกันเต็มที่ เพื่อเร่งการผลิตให้ทันกับยอดคำสั่งซื้อ และทำยอดการผลิตให้ได้ตามเป้าหมาย 1.8 ล้านคัน เพราะตอนนี้มีความต้องการเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ผลิตให้ไม่ได้ โดยรถยนต์ที่ผลิตในเมืองไทยยังดีที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่าครึ่ง ส่วนที่นำเข้าจากญี่ปุ่นก็เช่น สารเคมีบางชนิด ชิป และอิเล็กทรอนิกส์” นายศุภรัตน์ กล่าว







