
ไทยพาณิชย์ส่งกองใหม่ชู2.8%
บลจ.ไทยพาณิชย์ ส่งกองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน ลงทุนต่างประเทศผสมพันธบัตรไทย ประเดิมพันธบัตรจีนครั้งแรก ชูจ่าย 2.8% ต่อปี
บลจ.ไทยพาณิชย์ ส่งกองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน ลงทุนต่างประเทศผสมพันธบัตรไทย ประเดิมพันธบัตรจีนครั้งแรก ชูจ่าย 2.8% ต่อปี
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ช่วงนี้ว่า จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงภาวะขาขึ้น บริษัท จึงยังคงนโยบายออกกองทุนระยะสั้นที่ไม่เกิน 6 เดือนอย่างต่อเนื่องและสามารถเสนออัตราผลตอบแทนสุทธิที่สูงกว่า โดยการจัดสินทรัพย์การลงทุนที่ผสมระหว่างพันธบัตรรัฐบาลและสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศในสัดส่วนที่เหมาะสม
บริษัท ได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 6M14 อายุ 6 เดือน มูลค่ากองทุน 3,000 ล้านบาท คาดผลตอบแทนประมาณ 2.80% ต่อปี
กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ สัดส่วน 79% ประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาลอิสราเอล โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือจากฟิทช์ เรทติ้งส์ อยู่ที่ F1 สัดส่วน 34% เงินฝากธนาคารบาร์เคลย์ สาขาฮ่องกง อยู่ที่ F1+ สัดส่วน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China อยู่ที่ F1 สัดส่วน 25% และพันธบัตรรัฐบาลไทย สัดส่วน 21% ปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว โดยเสนอขายตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 เม.ย. 2554 ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 หมื่นบาท
“บริษัท ตั้งใจที่จะหาตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง มีความมั่นคงและมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงหรืออยู่ในระดับที่ลงทุนได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งของเงินลงทุนยังได้เข้าไปลงทุนในเงินฝากของธนาคารจีนเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีผลตอบแทนที่ดี และประเทศจีนมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการเติบโตสูง” นางโชติกา กล่าว
ด้าน บลจ.อยุธยา เปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีไทยโน้ต 3M20 ระหว่างวันที่ 1925 เม.ย. 2554 โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐของไทย ได้แก่ ตั๋วแลกเงินออกโดยธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งมีอันดับเครดิตโดยทริสอยู่ที่ A ตั๋วแลกเงินออกโดยธนาคารทิสโก้ ซึ่งมีอันดับเครดิตอยู่ที่ A/F1 โดยฟิทส์ เรทติ้ง และห้นกู้ระยะสั้นออกโดยธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ซึ่งมีอันดับเครดิตอยู่ที่ AAA/F1+ โดยฟิทส์ เรทติ้ง
กองทุนมีอายุการลงทุน 3 เดือน คาดการณ์ผลตอบแทนของกองทุนอยู่ที่ประมาณ 2.35% ต่อปี







