
สงกรานต์สะพัด 9.6 หมื่นล้าน
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ปีนี้จะมีเงินสะพัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 9.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.41% แต่จำนวนเงินลดลง 3,000 ล้านบาท จากการประเมินช่วงแรกที่คาดว่าจะมีเงินสะพัด 9.9 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 6.21% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวว่า เม็ดเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดจากการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่แต่ละภูมิภาคที่จัดงานประมาณ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยประมาณ 9 แสนคน สร้างรายได้ประมาณ 1,450 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางประมาณ 1.5 แสนคน สร้างรายได้ประมาณ 550 ล้านบาท
อุ้มดีเซล 6.40 บาท/ลิตร
สถานการณ์ราคาน้ำมันยังอยู่ในช่วงขาขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้ต้นสัปดาห์ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพิจารณาเพิ่มการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลอีก 50 สต./ลิตร ทำให้ปัจจุบันใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาดีเซลแล้ว 6.40 บาท/ลิตร คิดเป็นจำนวนเงิน 20,667 ล้านบาท
ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีเงินสดเหลืออยู่ 7,278 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถตรึงราคาดีเซลได้อีกประมาณ 10 กว่าวัน สอดคล้องกับกำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 27 เม.ย. ที่จะต้องนำเรื่องแนวทางการดูแลราคาน้ำมันดีเซลเป็นวาระเร่งด่วนมาพิจารณา เพราะสถานะกองทุนน้ำมันฯ จะเริ่มติดลบ และไม่สามารถใช้เงินในการตรึงราคาได้อีก โดยรัฐบาลจะต้องมีแนวทางอื่นมาเสริม หรือทยอยปล่อยขึ้นราคาดีเซลตามความเหมาะสม
การรถไฟฯ ชง ครม.ศึกษาเงินกู้
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.มีแผนจะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบเรื่องการขอใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Development Policy Loan : DPL) ในการศึกษาความเหมาะสมโครงการใหม่ 10 โครงการของ ร.ฟ.ท. ซึ่งจะต้องใช้วงเงินรวมการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 8.9 หมื่นล้านบาท จากโครงการทั้งหมดรวม 21 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.76 แสนล้านบาท ทั้งนี้แม้ว่ากระทรวงการคลังจะเป็นผู้หาแหล่งเงินให้ แต่เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินงาน ร.ฟ.ท.จะเสนอเรื่องแผนการศึกษาทั้ง 10 โครงการ โดยคาดว่าจะช่วยให้งานมีความต่อเนื่องในทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อรังสิต ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างรอคำตอบจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) ซึ่งทางไจกาเห็นว่าต้องนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ และได้สนับสนุนเงินสกุลอื่นที่มีเสถียรภาพ แต่บอร์ด ร.ฟ.ท.ต้องการให้เสนอเป็นราคาเงินบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กับไจกา สบน.เห็นว่าให้ใช้เป็นเงินบาทและเงินเยน







