
ชาวบ้านโอดน้ำมันถั่วเหลืองแพง
ชาวบ้านโอดน้ำมันถั่วเหลืองแพง หันซื้อน้ำมันปาล์มใช้แทน ขณะที่หลายพื้นที่ในต่างจังหวัดเริ่มขาดแคลน หลังผู้ค้าไม่กล้าสั่งมาขาย ด้านนายกฯย้ำจำเป็นต้องขึ้นเพื่อป้องกันการบิดเบือนโครงสร้างตลาด
ชาวบ้านโอดน้ำมันถั่วเหลืองแพง หันซื้อน้ำมันปาล์มใช้แทน ขณะที่หลายพื้นที่ในต่างจังหวัดเริ่มขาดแคลน หลังผู้ค้าไม่กล้าสั่งมาขาย ด้านนายกฯย้ำจำเป็นต้องขึ้นเพื่อป้องกันการบิดเบือนโครงสร้างตลาด
บรรยากาศการจำหน่ายน้ำมันถั่วเหลืองหลังจากที่คณะอนุกรรมการพิจารณาราคาสินค้าน้ำมันพืช ได้มีมติให้ปรับราคาน้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวด (1ลิตร) เพิ่มขึ้น 9 บาท จาก 46บาท/ขวด เป็น 55 บาท พบว่าภายในห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกยังคงมีน้ำมันถั่วเหลืองวางจำหน่านตามปกติ แต่ในบางแห่งก็พบว่าไม่มีน้ำมันถั่วเหลืองจำหน่าย โดยมีแต่น้ำมันปาล์มเท่านั้น
ทั้งนี้ประชาชนที่เดินทางมาเลือกซื้อน้ำมันพืช ระบุว่า การปรับราคาขึ้นรวดเดียว 9 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สูง ทำให้ต้องหันไปซื้อน้ำมันปาล์มมาประกอบอาหารแทน เนื่องจากมีราคาจำหน่ายเพียงขวดละ 47 บาท ซึ่งถูกกว่าน้ำมันถั่วเหลือง 8 บาท
ขณะที่ในร้านขายของชำในย่านตลาดสด พบว่า หลายแห่งไม่มีน้ำมันถั่วเหลืองจำหน่าย เนื่องจากประชาชนที่ทราบข่าวการปรับขึ้นราคาได้พากันมาหาซื้อน้ำมันถั่วเหลืองไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.
ต่างจังหวัดเริ่มขาดตลาด
ด้านการจำหน่ายน้ำมันถั่วเหลืองในพื้นที่ต่างจังหวัด พบว่าหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาสินค้าขาดตลาด
นางเล็ก เอี่ยมพร อายุ 67 ปี ผู้ค้ารายหนึ่ง ในอ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า น้ำมันถั่วเหลืองทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ยังไม่มีวางขาย ยี่ปั๊วรายใหญ่ยังไม่มีสินค้ามาส่ง แม้ว่าจะมีการปรับราคาขายขึ้นมาอีกลิตรละ 9 บาทแล้วก็ตาม
เช่นเดียวกับ นางอัญญาณี บุรมโคตร ที่เปิดเผยว่า ทางร้านยังไม่มีน้ำมันถั่วเหลืองมาวางขาย เนื่องจากสินค้ายังขาดตลาดอยู่ ในส่วนของน้ำมันปาล์ม ก็เพิ่งมีวางจำหน่ายเพียงแค่ไม่กี่วันที่ผ่านมา อีกทั้งผู้ค้าหลายราย เกรงว่า สถานการณ์ราคายังไม่แน่นอนส่วนใหญ่จึงไม่กล้ารับที่จะนำมาขายเป็นจำนวนมาก ๆ อย่างที่ร้านเคยรับมาวางขายวันละ 4 – 5 ลัง ก็ลดจำนวนเหลือเพียงไม่กี่ขวดเท่านั้น
ร้านค้าซื้อน้ำมันขวดครึ่งลิตรมาวางจำหน่ายแทน
ทั้งนี้บรรดาร้านขายของชำต่างๆที่น้ำมันพืชภายในร้านหมดสต๊อก ยังลังเลว่าจะนำน้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมันปาล์มมาวางจำหน่าย เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันถั่วเหลืองสูงกว่าน้ำมันปาล์มซึ่งมีการควบคุมราคาอยู่ที่ลิตรละ 47 บาท อยู่ถึง 8 บาท/ลิตร รวมถึงมีร้านค้าบางร้านเลือกที่จะหาซื้อน้ำมันถั่วเหลืองชนิดขวดเล็กลงมาอย่างชนิดขวดละครึ่งลิตร หรือ 0.25 ลิตร แทนการซื้อแบบเป็นขวดลิตร เนื่องจากขายออกได้ดีกว่าขวดลิตรที่มองดูแล้วราคาสูงเกินไป
นายสุรชาติ กิติวงศ์สุนทร พ่อค้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันปาล์ม ก็หาซื้อได้ยากอยู่แล้ว เนื่องจากตามร้านค้าขายส่งจำกัดการซื้อครอบครัวละไม่เกิน 2 ขวด อีกทั้งยังมีของวางจำหน่ายอยู่ในชั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้สินค้าชนิดนี้ขาดแคลน ประกอบกับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันถั่วเหลืองมาอย่างต่อเนื่องจึงทำให้น้ำมันถั่วเหลืองแทบจะไม่มีวางขายในท้องตลาดเลยทำให้หาซื้อสินค้ามาวางจำหน่ายภายในร้านไม่ได้ จะมีก็เพียงน้ำมันถั่วเหลืองชนิดขวดครึ่งลิตรเท่านั้น
โวยรัฐโยนภาระให้ประชาชน
ด้าน นายศรุต ดุจเพ็ญ ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนสระโบราณ อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาน่าจะมาจากผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ น่าจะหาวิธีการที่คิดว่า ดีที่สุดกว่านี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะทุกวันนี้ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว ประชาชนผู้บริโภคต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงมากกว่าที่เคย รายจ่ายทุกวันมากกว่ารายรับ ยกตัวอย่าง น้ำมันดีเซล เบนซิน แทนที่จะตรึงราคาไว้ แล้วหันมาลดภาษีต่างๆ เพื่อลดต้นทุนในกระบวนการผลิต จะดีกว่าการหาทางออก โดยโยนภาระให้ประชาชนแบบนี้
นายกฯชี้ต้องขยับราคาเพื่อป้องกันการบิดเบือนโครงสร้างตลาด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขึ้นราคาน้ำมันถั่วเหลือง มีสาเหตุมาจากราคาต้นทุนของถั่วเหลืองซึ่งเกิดผลกระทบตั้งแต่ตอนที่ราคาน้ำมันปาล์มขึ้นราคา กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานปัญหานี้ และพยายามชะลอไม่ให้มีการขึ้นราคามาโดยตลอด แต่ที่ตัดสินใจครั้งนี้คงไม่ไหวแล้ว
"ผมเคยบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าสินค้าอุปโภคบริโภคบางตัวไม่สามารถยันราคาได้ตลอดไป เพราะจะเกิดปัญหาการบิดเบือนโครงสร้างทางการตลาดและปัญหาขาดแคลนสินค้า ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินนโยบายเพิ่มรายได้ ให้กับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหามากกว่า"นายอภิสิทธิ์กล่าว
ยืนยันน้ำมันถั่วเหลืองไม่มีขึ้นราคาอีกแล้ว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เห็นใจทุกคน เพราะเป็นสิ่งของที่มีความจำเป็นในชีวิตแต่ก็เป็นเรื่องยากที่เราจะยันราคาน้ำมันถั่วเหลืองไว้ได้ ในขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มอยู่ขวดละ 47 บาท และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ายังต้องคงราคาน้ำมันปาล์มไว้ที่ขวดละ 47 บาท เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องผลผลิต ที่ยังไม่ทราบว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมมากน้อยแค่ไหน หากสถานการณ์คลี่คลายทุกอย่างอาจจะค่อยๆ ปรับราคาลงได้ แต่ขณะนี้คิดว่าน้ำมันถั่วเหลืองคงจะไม่ขึ้นราคาอีกแล้ว







