เจมาร์ทยึดมือถือไฮเอนด์ดันกำไร
โพสต์ทูเดย์
— เจมาร์ทยิ้ม มือถือไฮเอนด์ขายดีขี่กระแสโซเชียล เน็ตเวิร์กกิงแรง ส่งผลกำไรเจมาร์ทขยับเพิ่ม 40%นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะมีกำไรเพิ่มอีก 40% จากช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามีกำไร 60 ล้านบาท และคาดว่ารายได้ทั้งปีจะอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากกำลังซื้อโทรศัพท์มือถือในระดับไฮเอนด์ที่มีราคาเฉลี่ย 1 หมื่นบาทขึ้นไปเพิ่มมากขึ้น
ด้านนายศิริชัย ลาภมหานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาดและการขาย กล่าวว่า กระแสความนิยมเครือข่ายสังคมออนไลน์ (โซเชียล เน็ตเวิร์กกิง) การแชต และ การเช็กเมลผ่านมือถือกลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อกล้าจับจ่ายโทรศัพท์มือถือที่มีฟังก์ชันรองรับการใช้งานแบบมัลติมีเดียและทัชสกรีน ที่ราคาสูงกว่าโทรศัพท์ทั่วไป ส่งผลให้เจมาร์ทมีมูลค่าการขายต่อเครื่องสูงจากเดิมที่กำลังซื้ออยู่ที่ 4,900 บาท
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้มูลค่ารวมของตลาดมือถือปีนี้เพิ่มขึ้นอีก 710% จากปีที่ผ่านมามีมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท หรือราคาต่อเครื่องสูงขึ้น ขณะที่จำนวนยอดขายจะเท่าเดิมที่ 9.6 ล้านเครื่อง โดยเจมาร์ทตั้งเป้าครองส่วนแบ่ง 12% ของมูลค่ารวมตลาดมือถือ
ทั้งนี้ นายศิริชัย อดีตผู้บริหารของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมูนิเคชั่น หรือ ดีแทคได้เข้าร่วมงานกับเจมาร์ท หลังจากลาอกจากดีแทคมาประมาณ 1 ปี โดยจะดูแลรับช่องทางการจัดจำหน่ายของเจมาร์ททั้งหมด
นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการสายบริหารการตลาดและการขาย กล่าวเสริมว่า เจมาร์ทเตรียมวางจำหน่ายมือถือโมโตโรล่า ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในไตรมาสแรกปีนี้ 3 รุ่น เพราะเป็นแนวโน้มที่จะมาแรงในปีนี้ หลังจากระบบปฏิบัติการวินโดวส์เริ่มได้รับความนิยมน้อยลง
นอกจากนี้ จะจำหน่ายแบล็คเบอร์รี่ (บีบี) ให้กับดีแทค และเอไอเอสให้มากขึ้น ซึ่งยังคงเป็นมือถือที่มีความต้องการมากที่สุดของปีนี้ เห็นได้จากการที่เจมาร์ทได้เริ่มวางขายไป 10 สาขาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายเฉลี่ย 1,000 เครื่องต่อเดือน รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายซิมการ์ด 3จี พร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อให้กับบริษัท เอ็ม คอนซัลแทนต์ด้วย
ขณะที่มือถือเฮาส์แบรนด์ภายใต้แบรนด์เจโฟนนั้น จะเน้นการวางจำหน่ายหลายรุ่นที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ซึ่งเชื่อว่าเฮาส์แบรนด์ในปีนี้ จะแข่งขันเฉพาะรายใหญ่ๆ เพียง 23 ราย หลังจากแบรนด์จากจีนเริ่มหายไป


