
ประสารหวั่นน้ำมันฉุดกระชากเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจไม่ขยับ
ธปท.หวั่นปัญหาเงินเฟ้อกลางภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง กระเทือนทั่วโลกรวมทั้งไทย ผลพวงจากราคาน้ำมันทะยาน
ธปท.หวั่นปัญหาเงินเฟ้อกลางภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง กระเทือนทั่วโลกรวมทั้งไทย ผลพวงจากราคาน้ำมันทะยาน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาไทยแลนด์ โฟกัส 2011 ว่า ขณะนี้ต้องจับตาเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเปราะบาง ปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอาจฉุดเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้วให้ต่ำลง
“ที่สำคัญเงินเฟ้อที่สูงอยู่แล้วอาจจะสูงขึ้นอีกเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงแต่การขยายตัวต่ำ (Stagflation) ได้ รวมทั้งอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปกลับไปถดถอยอีกครั้ง” ผู้ว่าการ ธปท.ระบุ
การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยในช่วงต่อไปจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากดูจากภาวะโดยรวมในขณะนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาโตเต็มศักยภาพของประเทศได้ภายในช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้ และในเมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้แล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ควรกลับเข้าสู่ระดับสมดุลกับอัตราเงินเฟ้อด้วย เพราะไม่ควรปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบนานๆ
นายประสาร ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยให้เท่ากับเงินเฟ้อ แต่ควรให้ดอกเบี้ยแท้จริงอยู่ใกล้แดนบวก หรือเป็นบวก เพื่อช่วยสร้างความสมดุลของผู้ออมและผู้ใช้เงิน แต่คงไม่บอกว่าดอกเบี้ยควรขึ้นอีกเท่าไร เพราะไม่ต้องการให้มีการเก็งหรือคาดการณ์ไปมากขึ้น
ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงติดลบอยู่ประมาณ 1.2% โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังเหลือการประชุมปีนี้อีก 6 ครั้ง โดยครั้งหน้าคือวันที่ 20 เม.ย.
อีกปัจจัยเสี่ยง คือ ปัญหาภัยพิบัติสึนามิในญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะสั้นคาดว่าไตรมาส 2 ปีนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจจะติดลบ แต่ในครึ่งปีหลังจะกลับมาฟื้นตัวได้
ขณะที่ปัญหาการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการแพร่กระจายของกัมมันตรังสีน่าจะเป็นอันตรายมากกว่า เพราะอาจจะกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านอื่น และอาจเป็นตัวฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกได้
“ส่วนผลกระทบต่อไทยคงเลี่ยงไม่ได้ ในระยะสั้นน่าจะกระทบในส่วนของผู้ส่งออกที่ต้องส่งสินค้าไปญี่ปุ่น หรือผู้นำเข้าอะไหล่มาผลิตสินค้าในไทย” นายประสาร ระบุส่วนการลงทุนโดยตรงเท่าที่ได้ฟังจากตัวแทนนักลงทุนญี่ปุ่นไม่น่าจะกระทบมาก เพราะโครงการลงทุน การซื้อที่ดิน และสร้างโรงงานยังมีการเดินหน้าต่อไป ปัญหานิวเคลียร์ระเบิดจะกระทบต่อกิจกรรมเศรษฐกิจเพียงใดนั้น ธปท.เ ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปีนี้ไว้ที่ 35%” นายประสารกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดี การบริโภคในประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมีน้อยลงกว่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ฉะนั้น นโยบายการเงินก็จำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยเข้าสู่ภาวะสมดุล
“แม้ว่า ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่มาก แต่เห็นชัดว่าความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจมีน้อยลงกว่า 2 ปีก่อนมาก ซึ่งแนวนโยบายการเงินของธปท.จะเข้าสู่ความสมดุลและเป็นกลาง คือ ไม่ผ่อนคลายเกินไป แต่ไม่ได้เข้มงวดจนเกินไป มีเป้าหมายที่จะฉุดรั้งการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนให้ลดลง สร้างความเชื่อมั่นให้ได้ เพราะการที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ในช่วงแรกกำลังซื้ออาจจะลดลง แต่ถ้ายังมีการคาดการณ์ว่าราคาสินค้าจะสูงต่อ อาจมีการเร่งซื้อ ซึ่งส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีกเป็นรอบที่ 2 ได้”นายประสารกล่าว







