
ดัชนีผลผลิจอุตฯก.พ.ลด3.4%
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.พ.ปรับลด 3.4% อยู่ที่ระดับ 176.94 ต่ำสุดในรอบ 17 เดือนตั้งแต่ปี 2552 เพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โรงกลั่น เครื่องนุ่งห่มชะลอการผลิต
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.พ.ปรับลด 3.4% อยู่ที่ระดับ 176.94 ต่ำสุดในรอบ 17 เดือนตั้งแต่ปี 2552 เพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โรงกลั่น เครื่องนุ่งห่มชะลอการผลิต
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.พ. 2554 ปรับตัวลดลง 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยค่าดัชนีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 176.94 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่เดือนส.ค. 2552 ที่มีค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 169 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 59.10% ต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือนตั้งแต่เดือนเม.ย. 2553 เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสไดรฟ์ การกลั่นน้ำมัน เสื้อผาสำเร็จรูป มีการผลิตลดลง
ทั้งนี้ ในอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสไดรฟ์มีการผลิตลดลง 11.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการผลิตเริ่มชะลอตัวลง เพราะก่อนหน้านี้ผู้ผลิตเร่งผลิตเพื่อชดเชยสต็อกที่หายไป แต่ตอนนี้สต๊อกเริ่มเข้าสู่ระดับคงที่ โดยในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้มีค่าดัชนีขึ้นสูงไปอยู่ที่ระดับ 1,000 แต่ตอนนี้เริ่มลดลงมาอยู่ที่ 700 ซึ่งเชื่อว่าในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า การผลิตในส่วนนี้จะฟื้นกลับมาอีกครั้ง เพื่อผลิตเทคโนโลยีรุ่นใหม่ๆ ออกมา ส่วนการจำหน่ายลดลง 10% เพราะไทยส่งออกสินค้าคอมพิวเตอร์ไปจีนได้ลดลง
ขณะเดียวกัน ก็มีหลายอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุง โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีโรงกลั่น 3 แห่งปิดซ่อมบำรุงอยู่ ได้แก่ โรงกั่นปตท. บางจาก และเอสโซ่ ขณะที่กลุ่มเครื่องนุ่งห่มมีการผลิตลดลง เพราะเริ่มมีผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิตไปอยู่ประเทศเพื่อบ้านบ้างแล้ว
"แม้ว่าค่าดัชนีจะลดลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่การผลิตของไทยก็ยังอยู่ในระดับที่ดี เหตุผลที่ค่าดัชนีลดลงมากเพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มโรงกลั่นเป็นหลัก เนื่องจาก 2 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่มีน้ำหนักในการคำนวณค่าดัชนีรวมกันประมาณ 17% หากการผลิต 2 กลุ่มนี้ไม่ลด ค่าดัชนีจะเป็นบวก ส่วนแนวโน้มของค่าดัชนีในเดือนหน้าคาดว่าจะเริ่มปรับตัวกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง เพราะเป็นฤดูกาลผลิตของทุกอุตสาหกรรม"นางสุทธินีย์ กล่าว
สำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่นที่จะส่งผลกระทบมาถึงไทย คงต้องรอประเมินตัวแปรที่สำคัญที่สุด คือ ปัญหานิวเคลียร์และการแพร่กระจายของสารปนเปื้อน เพราะถ้ารุนแรงมากจะกระทบต่อความมั่นผู้บริโภค ตลาด แต่ในส่วนของภาคการผลิตเองไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะการผลิตเชื่อมโยงกับญี่ปุ่นบางส่วน และประเทศอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะญี่ปุ่นมีสายการผลิตอยู่ทั่วโลก
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้ว่าจะเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้วจากการที่โรงงานผลิตชั้นส่วนบางแห่งของญี่ปุ่นต้องหยุดผลิตชั่วคราว แต่จะไม่มีผลต่อดัชนีในภาพรวมมากนัก เพราะกระทบเพียงอุตสาหกรรมเดียว และในเดือนมี.ค.ก็เป็นช่วงที่การผลิตรถยนต์อยู่ในระดับสูง โดยผลกระทบจากญี่ปุ่นน่าจะสะท้อนออกมาในค่าดัชนีการผลิตของไทยในช่วงเดือนเม.ย.
“เป้าหมายของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในภาพรวมของปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 6-8% และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม หรือจีดีพีอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ระดับ 5.5-6.5% ซึ่งก็ยังไม่มีการปรับเป้าหมาย เพราะยังไม่เห็นสัญญาณที่น่าเป็นกังวล” นางสุทธินีย์กล่าว







