posttoday
เงินบาทยังรักษาความแข็งแกร่งแม้เผชิญปัจจัยลบต่างประเทศ

เงินบาทยังรักษาความแข็งแกร่งแม้เผชิญปัจจัยลบต่างประเทศ

28 มีนาคม 2554

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (21-25 มี.ค. 2554) เงินบาทเริ่มต้นที่ระดับ 30.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (21-25 มี.ค. 2554) เงินบาทเริ่มต้นที่ระดับ 30.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

โดยปรับแข็งค่าขึ้นจากช่วงปลายสัปดาห์ และค่อนข้างทรงตัวในช่วงเช้าวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนมีการทำธุรกรรมที่ค่อนข้างระมัดระวัง เพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์จากต่างประเทศ

ทั้งเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังจากสถานการณ์ในลิเบียมีความรุนแรงมากขึ้น เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในประเทศเยเมนจากการประกาศภาวะฉุกเฉินหลังจากกลุ่มผู้ต่อต้านเสียชีวิต 25 คน รวมทั้งความคืบหน้าในการจัดการปัญหานิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ทำให้เงินบาทค่อนข้างทรงตัวใกล้ระดับ 30.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นหลังนักลงทุนต่างชาติมีการเข้าช้อนซื้อในตลาดหุ้นเอเชียหลังจากที่ดิ่งลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันข่าวดีจากทางญี่ปุ่นที่ว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสารกัมมันตรังสีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ จึงช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนและหนุนให้ค่าเงินเอเชียและเงินบาทปรับตัวในทิศทางแข็งค่า

ขณะที่ในช่วงต้นสัปดาห์ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยยังไม่พบความผิดปกติในการเคลื่อนย้ายเงินทุน ภายหลังเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น ทั้งนี้เงินบาทยังคงปรับตัวขึ้นต่อโดยอยู่ที่ 30.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร โดยปรับตัวตามทิศทางค่าเงินเอเชียที่ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังทางการรายงานว่ายอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ ออกมาย่ำแย่ตอกย้ำภาพความอ่อนแอของตลาด ที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันเงินบาทยังได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อของนักลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งหนุนให้

เงินบาทปรับตัวทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 11 สัปดาห์ที่ 30.21 บาทต่อเหรียญสหรัฐส่งผลให้ ธปท. ต้องเข้าแทรกแซงตลาดโดยการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐที่ระดับ 30.25 เพื่อป้องกันไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป

เงินบาททรงตัวที่ระดับ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ ก่อนเริ่มอ่อนตัวลงตามทิศทางสกุลเงินภูมิภาค นำโดยวอนเกาหลีใต้ที่ร่วงลงเกือบ 0.5% อันเป็นจากภาวการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นปรับตัวตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐ

ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงในลิเบีย ขณะที่ปัญหาในญี่ปุ่นยังไม่สามารถไว้วางใจได้เต็มที่ทั้งนี้ ภาวะการลงทุนที่ซบเซาของตลาดหุ้นเอเชียจากความกังวลต่อปัจจัยต่างๆ ทั้งเหตุการณ์ความรุนแรงลิเบีย การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและตัวเลขการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากเหตุการณ์ในญี่ปุ่นที่คาดว่าอาจสูงกว่าเหตุแผ่นดินไหวที่โกเบในปี 1995 ทำให้นักลงทุนมีการเข้าซื้อคืนเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินภูมิภาคมีการอ่อนค่าลง และไม่ได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเอเชียในช่วงท้ายตลาด

เช่นเดียวกับเงินบาทที่ร่วงลงสู่ระดับ 30.26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้นักลงทุนต่างชาติจะมีการเข้าซื้อกว่า 1,000 ล้านบาท ก็ตาม ทั้งนี้ในช่วงบ่ายธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาระบุว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินภูมิภาคในช่วงนี้ค่อนข้างผันผวน แต่หากเปรียบเทียบกันพบว่า เงินบาทมีความผันผวนในระดับต่ำกว่าหลายสกุลเงินในภูมิภาค

ในช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทยังคงปรับตัวในทิศทางขาลง โดยร่วงลงสู่ระดับ 30.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีและยังคงปรับตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนปัจจัยเดิมๆ ทั้งในส่วนองสถานการณ์ความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ปัญหาหนี้สินในยุโรปและวิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ขณะเดียวกันนักลงทุนยังรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาชี้นำภาวการณ์ลงทุนในตลาด อย่างไรก็ดีการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นจากการไหลข้าวของเงินทุนจากต่างประเทศช่วยหนุนภาวะการลงทุนและช่วยชดเชยปัจจัยลบจากความกังวลต่อปัญหาหนี้สินในยุโรป จากข่าวที่ว่านายกรัฐมนตรีโปรตุเกสมีการประกาศลาออกจากตำแหน่งภายหลังการเสนอแผนตัดลดงบประมาณของภาครัฐไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้ตลาดมีความกังวลมากขึ้นว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ ของโปรตุเกส ทั้งนี้ความกังวลต่อวิกฤตหนี้ในยุโรปยังเพิ่มสูงขึ้นหลังมูดีส์ออกมาประกาศปรับลดความน่าเชื่อถือธนาคาร 30 แห่งในสเปน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะการลงทุนและการเคลื่อนไหวของค่าเงินภูมิภาค อย่างไรก็ดีเงินบาท ฟื้นตัวขึ้นในช่วงบ่ายตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ช่วยชดเชยความกังวลต่อปัญหาหนี้สินในยุโรป

โดยเงินบาทปรับแข็งค่าสู่ระดับ 30.24 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีและยังคงปรับตัวในกรอบแคบใกล้ระดับ 30.24 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยนักลงทุนยังคงจับตาผลการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มอียูในช่วงปลายสัปดาห์ว่าจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกหรือไม่

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในลิเบียและตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อยังคงทำให้นักลงทุนมีความกังวลต่ออุปทานน้ำมัน และคาดว่ายังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินภูมิภาคและเงินบาทในช่วงต่อไป

สัปดาห์นี้ (28 มี.ค.-1 เม.ย. 2554) สายงานธุรกิจตลาดทุนมองว่า สัปดาห์นี้เงินบาทมีโอกาสปรับแข็งค่าขึ้นต่อ โดยคาดว่าเคลื่อนไหวในช่วง 30.10-30.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากปรับตัวในช่วง 30.18-30.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า

โดยมองว่าสกุลเงินเอเชียยังมีโอกาสปรับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องหลังจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อในตลาดหุ้นเอเชียอีกครั้ง หลังจากที่มีการเทขายออกไปอย่างมากในช่วงก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ในญี่ปุ่นที่ไม่มีเหตุรุนแรงออกมาเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ค่าเงินในภูมิภาคยังคงรักษาช่วงบวกไว้ได้ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยลบต่างๆ ทั้งราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวเหนือระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปัญหาเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

รวมทั้งสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่คาดว่ายังคงส่งผลกระทบต่อภาวะการลงทุนในตลาดการเงินในช่วงสัปดาห์นี้ ที่สำคัญความต้องการเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือน หรือ Month-end demand ที่เพิ่มสูงขึ้น อาจเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย