
สภาพัฒน์ชี้ศก.สร้างสรรค์เผชิญปัญหาสารพัด
สภาพัฒน์ฯเผยโครงการไทยเข้มแข็งสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ใช้งบปี55กว่า 2.3พันล้าน แต่ผลงานไม่บรรลุวัตถุประสงค์ หลังเผชิญปัญหาสารพัด
สภาพัฒน์ฯเผยโครงการไทยเข้มแข็งสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ใช้งบปี55กว่า 2.3พันล้าน แต่ผลงานไม่บรรลุวัตถุประสงค์ หลังเผชิญปัญหาสารพัด
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ครั้งที่ 2/255 และเห็นชอบตามมติคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เสนอดังนี้ สาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีโครงการทั้งหมด 31 โครงการ ได้รับการจัดสรรวงเงิน 2,368.38 ล้านบาท เบิกจ่ายเงินแล้ว รวมทั้งสิ้น 1,861.06 ล้านบาท คิดเป็น 78.58 % ของวงเงินที่ได้รับการจัดสรร
ทั้งนี้โครงการต่างๆประกอบด้วย โครงการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ขออนุมัติวงเงิน 330 ล้านบาท เบิกจ่ายเงินแล้ว 323.29 ล้านบาท คิดเป็น 97.97 % โดยได้จัดสร้างภาพยนตร์ เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 – 4 , โครงการส่งเสริมและต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 52 ล้านบาท เพื่อให้สื่อมวลชนเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับสาธารณะ
นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม วงเงิน 200 ล้านบาท ,โครงการ Digital Media Asia 2010 เน้นการจัดกิจกรรมด้านสื่อดิจิทัลที่ครอบคลุมสื่อ 4 ประเภทคือ ภาพยนตร์เกมส์ แอนิเมชัน และดนตรี ในระดับเอเชีย และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกโลกอยุธยาในสภาวะเร่งด่วน ของกรมศิลปากร
ทั้งนี้ สภาพัฒน์ ได้เสนอแนะเรื่องปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการ ผลการดำเนินงานในระยะที่ผ่านมาแยกรายกระทรวงว่า กระทรวงวัฒนธรรม การดำเนินการไม่เป็นไปตามแผนปฏิบัติการ เนื่องจากเผชิญกับปัญหาภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จะถ่ายทอดให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ , การจัดสรรงบประมาณของภาครัฐยังไม่สอดคล้องกับกิจกรรมและความต้องการของคนในชุมชน , เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้ต้องมีการปรับแผนการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนเดิม แต่ได้ดำเนินการครบทุกโครงการ
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ต้องเลื่อนกำหนดเวลาในการดำเนินการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่เนื่องจากเกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ , ไม่สามารถดำเนินการตามแผนปฏิบัติงานได้ เนื่องจากมีปัญหาด้านสภาพอากาศ คิวนักแสดงและผู้ให้สัมภาษณ์ รวมทั้งขั้นตอนในการดำเนินการล่าช้า เช่น การจัดทำสำเนาภาพยนตร์สั้นมีขั้นตอนและใช้เวลาในการขอพระบรมราชานุญาต เป็นต้น
ด้านกระทรวงอุตสาหกรรม พบว่าผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่ ไม่มีทักษะและพื้นฐานองค์ความรู้ในเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีการผลิต การตลาด และการประกอบกิจการ ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาผู้ประกอบการอาจส่งผลให้ผลลัพธ์ของโครงการนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามพันธสัญญาของรัฐบาลภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555







