posttoday
อุตฯยันปรับภาษีรถยนต์กระทบกระบะ-พีพีวีน้อย

อุตฯยันปรับภาษีรถยนต์กระทบกระบะ-พีพีวีน้อย

01 มีนาคม 2554

ชัยวุฒิ ยืนยันปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ กระทบกระบะ-พีพีวีน้อย คาดขึ้นไม่เกิน 5% มั่นใจค่ายรถปรับตัวได้ทันภายใน 2 ปี

ชัยวุฒิ ยืนยันปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ กระทบกระบะ-พีพีวีน้อย คาดขึ้นไม่เกิน 5% มั่นใจค่ายรถปรับตัวได้ทันภายใน 2 ปี

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ 4 ค่ายรถผู้ผลิตรถกระบะ ได้แก่ บริษัทโตโยต้า มิตซูบิชิ อิซูซุ และเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมตระหนังถึงความสำคัญของรถกระบะในเมืองไทยอยู่แล้ว ซึ่งการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อรถกระบะ และรถกระบะ 5 ประตู (พีพีวี) น้อยมาก โดยจะมีการปรับขึ้นภาษีไม่ถึง 5% และให้ระยะเวลาในการปรับตัวไม่น้อยกว่า 2 ปี ซึ่งมองว่าค่ายรถยนต์สามารรถปรับตัวได้ทันอยู่แล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากค่ายรถยนต์มีเทคโนโลยีที่มีความพร้อม และหากพัฒนาเรื่องการประหยัดพลังงาน การปล่อยมลพิษ และเรื่องความปลอดภัยได้ดี อาจจะทำให้เสียภาษีในอัตราเท่าเดิม หรือน้อยลงกว่าเดิมก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของแต่ละบริษัท เช่น หากพัฒนาเรื่องการประหยัดพลังงานไม่ทัน ก็ใส่เรื่องความปลอดภัยเข้าไปเพิ่มเติม ก็จะทำให้ได้ภาษีอยู่ในระดับต่ำได้

“ขณะนี้ได้คุยกับทางกระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกฝ่ายสก็ต้องการเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ต้องรอดูกฎเกณฑ์ที่ออกมาอย่างชัดเจนก่อนว่ามีอะไรต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาเอกชนเคยขอระยะเวลาปรับตัว 5 ปี แต่เมื่อได้อย่างน้อย 2 ปี ก็คงต้องรอดูรายละเอียดที่กำหนด หากกำหนดแค่การปรับปรุงให้ได้มาตรฐานยูโร 4 ภายใน 2 ปี เพื่อลดการปล่อยมลพิษ อันนี้ทำได้ทันอยู่แล้ว เพราะตามระยะเวลาเดิมมาตรฐานยูโร 4 จะมีผลบังคับใช้ภายใน 2-3 ปีอยู่แล้ว แต่หากต้องเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ 1-2 ปี คงปรับตัวไม่ทัน

“ปกติแนวโน้มภาษีควรจะลดลงเรื่อยๆ ไม่ใช่มาปรับขึ้น และระยะเวลา 2 ปี ถ้าเอกชนปรับตัวไม่ทันก็จะแข่งขันไม่ได้ แต่จากการพูดคุยวันนี้ก็สบายใจมากขึ้น เพราะมีการยืนยันว่าจะส่งผลกระทบน้อย และค่ายรถยนต์จะปรับตัวทัน” นายศุภรัตน์ กล่าว

ด้านการพัฒนารถยนต์โดยให้ใส่เรื่องความปลอดภัยไปเสริม เพื่อให้ได้อัตราภาษีที่ถูกลง ต้องดูถึงความจำเป็นด้วย เนื่องจากรถกระบะเป็นรถที่เกษตรกรใช้ ต้องการรถราคาถูก มีอุปกรณ์เฉพาะที่จำเป็นหากใส่อุปกรณ์เข้าไปเพิ่มราคาจะสูงตาม จึงต้องดูความเหมาะสม และความต้องการของตลาดด้วย

สำหรับตลาดรถกระบะ 1 ตัน และพีพีวี มีสัดส่วนยอดขายในประเทศรวมเกือบ 50% ของยอดขายทั้งหมด โดยรถกระบะ 1 ตัน มีสัดส่วน 44% และพีพีวีมีสัดส่วน 5% ขณะที่การส่งออกรถกระบะส่งออกในสัดส่วน 67% และพีพีวีส่งออก 9% ของการส่งออกทั้งหมด 

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก