posttoday
เอกนิติ ชี้ 5 คลื่นความเสี่ยงโลก เร่งแก้หนี้-คุมวินัยคลัง พาไทย Second Take Off

เอกนิติ ชี้ 5 คลื่นความเสี่ยงโลก เร่งแก้หนี้-คุมวินัยคลัง พาไทย Second Take Off

22 ตุลาคม 2569

รมว.คลังชี้ 5 ความเสี่ยงโลกท้าทายเศรษฐกิจไทย เร่งอุดรอยรั่วหนี้ครัวเรือน รักษาวินัยการคลัง ใช้ AI “นกกระซิบ” ช่วยรายย่อย พร้อมเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดและดึงลงทุนต่างชาติ หวังพาไทยสู่ Second Take Off

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติชี้ 5 คลื่นความเสี่ยงสำคัญที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญ ได้แก่ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์, อัตราดอกเบี้ยโลกสูง, การเปลี่ยนแปลงจาก AI, ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และวิกฤตพลังงาน
  • เสนอแนวทางรับมือโดยการเร่งแก้ปัญหาหนี้สินเชิงโครงสร้างทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ พร้อมกับการรักษาวินัยทางการคลังอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
  • เป้าหมายคือการใช้วินัยการคลังและการแก้ปัญหาหนี้เป็นพื้นฐานในการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อนำพาเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง (Second Take Off)

ในงาน CEO ECONMASS AWARDS 2026 ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “Thailand Next Economy 2027 อนาคตเศรษฐกิจไทย” ว่า การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมาก ทั้งในด้านการจัดงาน ศักยภาพทางเศรษฐกิจ และโอกาสการลงทุน แต่โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือการเปลี่ยนความเชื่อมั่นให้กลายเป็นการลงทุนและการเติบโตที่เกิดขึ้นจริง

 

นายเอกนิติกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสให้ไทยแสดงศักยภาพบนเวทีโลก ไม่ใช่เพียงในฐานะเจ้าภาพ แต่ยังรวมถึงการนำเสนอแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงคนในชุมชนเข้ากับเศรษฐกิจสากล ผ่านการนำเสนอผ้าไทย มวยไทย อาหารไทย และสินค้าจาก 37 ชุมชนทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าซอฟต์พาวเวอร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้

 

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ แต่เศรษฐกิจไทยยังเปรียบเสมือน “เรือลำเล็กที่ต้องฝ่าคลื่นลม” โดยมีความเสี่ยงสำคัญ 5 ด้านที่ต้องเตรียมรับมือ ได้แก่ 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า 2.อัตราดอกเบี้ยโลกที่อยู่ในระดับสูง 3.การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) 4.ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ และ 5.วิกฤตพลังงานที่กระทบต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ

 

รักษาวินัยการคลัง อุดรอยรั่วหนี้สะสม

นายเอกนิติระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของโลก ไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ พร้อมรักษาวินัยการคลัง เพราะต้นทุนทางการเงินของประเทศเชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นของตลาด โดยยกตัวอย่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของไทยที่อยู่ราว 2.4% ต่ำกว่าของสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่า 5% ในช่วงเวลาที่กล่าวถึง

 

แนวทางสำคัญคือ การใช้งบประมาณและทรัพยากรที่มีจำกัดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตมากกว่ากลุ่มอื่น ควบคู่กับการออกแบบมาตรการที่ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น แต่ต้องเพิ่มความสามารถในการหารายได้และยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว

 

ชู AI “นกกระซิบ” ช่วยร้านเล็กเข้าถึงสินเชื่อ

 

อีกหนึ่งโอกาสของเศรษฐกิจไทยคือการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านแอปพลิเคชัน “นกกระซิบ” ที่ช่วยวิเคราะห์ยอดขายและวางแผนสต็อกสินค้าให้พ่อค้าแม่ค้า ลดปัญหาสินค้าเหลือและการขาดทุน พร้อมใช้ข้อมูลรายได้จากการขายเป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อ

 

นายเอกนิติกล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทาง “Small AI, Better Jobs” ที่มุ่งใช้ AI ขนาดเล็กและเข้าถึงง่ายช่วยเพิ่มศักยภาพให้คนตัวเล็ก โดยธนาคารโลกแสดงความสนใจนำแนวทางของไทยไปศึกษาและต่อยอด ซึ่งจะช่วยให้เทคโนโลยีไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่เข้าถึงผู้ประกอบการฐานรากได้มากขึ้น

 

เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน เปิดทางประชาชนขายไฟ

 

ด้านวิกฤตพลังงาน นายเอกนิติระบุว่า ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า โดยเตรียมผลักดันการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมให้สถาบันการเงินของรัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนเงินทุน

 

เป้าหมายคือเปลี่ยนประชาชนจากผู้ใช้ไฟฟ้าที่ต้องจ่ายค่าไฟทุกเดือน ให้มีโอกาสเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาดและขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้ในระยะยาว โดยกรอบที่กล่าวถึงคือระยะเวลา 20 ปี ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังต้องอาศัยการลงทุนปรับปรุงระบบสายส่งและกติกาที่เอื้อให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าได้จริง

 

ดึงลงทุนต่างชาติ พัฒนาคนไทยรับอุตสาหกรรมใหม่

 

สำหรับการลงทุน นายเอกนิติกล่าวว่า ไทยยังมีโอกาสจากความเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและความสามารถในการเร่งรัดกระบวนการลงทุนผ่านกลไกอย่าง BOI Fast Pass โดยยกตัวอย่างการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการพัฒนาไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออก

 

อย่างไรก็ตาม การดึงเงินลงทุนเข้าประเทศต้องเดินควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงานไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย เพื่อให้แรงงานมีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ แม้แรงงานบางส่วนจะย้ายไปทำงานกับบริษัทอื่น แต่ทักษะที่เพิ่มขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม

 

นายเอกนิติ ย้ำว่า ไทยต้องใช้โอกาสจากการได้รับความสนใจบนเวทีโลกเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยเปรียบเทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตอย่างรวดเร็วในอดีต และตั้งเป้าหมายให้ประเทศกลับมาทะยานขึ้นอีกครั้ง หรือ “Second Take Off” ผ่านการรักษาวินัยการคลัง การลงทุนในคนและโครงสร้างพื้นฐาน การใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

“ประเทศไทยเหมือนเรือลำเล็กที่ต้องฝ่าคลื่นลมผันผวนของโลก เราต้องเร่งอุดรอยรั่วจากปัญหาหนี้สะสม ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้ตรงเป้าหมาย และรักษาวินัยการคลัง เพื่อใช้โอกาสจากเวทีโลกพาเศรษฐกิจไทยทะยานขึ้นอีกครั้ง หรือ Second Take Off”

ข่าวล่าสุด

TOA คว้าแชมป์ Social Power Brand 2 ปีซ้อน ตอกย้ำเบอร์ 1 สีทาอาคาร

TOA คว้าแชมป์ Social Power Brand 2 ปีซ้อน ตอกย้ำเบอร์ 1 สีทาอาคาร