posttoday
ตัวแทนคนรุ่นใหม่ "อุกฤษ"  โชว์วิจัย AI บนเวที IMF เปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ "Smart Farmer"

ตัวแทนคนรุ่นใหม่ "อุกฤษ" โชว์วิจัย AI บนเวที IMF เปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ "Smart Farmer"

12 ตุลาคม 2569

พลวัตใหม่เกษตรไทย! "อุกฤษ อุณหเลขกะ" ซีอีโอ ธารา กรีน โชว์วิจัย AI บนเวที IMF เผยเคล็ดลับเปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ "Smart Farmer"

 

ในการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 บนเวทีเสวนา “Youth Dialogue with First Deputy Managing Director” ซึ่งดำเนินรายการโดย Dan Katz รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อันดับหนึ่งของ IMF

 

อุกฤษ อุณหเลขกะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธารา กรีน จำกัด (Thara Green) ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ได้ร่วมสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางและโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าจับตาของไทยและภูมิภาค

 

อุกฤษ อุณหเลขกะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธารา กรีน จำกัด (Thara Green)

 

ปลดล็อกศักยภาพเกษตรกรไทยด้วย AI

 

ประเทศไทยมีประชากรถึง 1 ใน 3 ทำอาชีพเกษตรกรรม ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำทางรายได้อันกว้างใหญ่ระหว่างคนเมืองกับคนต่างจังหวัด ซีอีโอแห่ง ธารา กรีน ผู้เริ่มต้นสร้างธุรกิจตั้งแต่วัยยี่สิบต้นๆ ได้มองเห็นโอกาสและความเปลี่ยนแปลงนี้มาตลอดทศวรรษ

 

"ก่อนที่ ChatGPT และกระแส Generative AI จะโด่งดัง เราเริ่มต้นพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ของตัวเองตั้งแต่เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน เพราะเชื่อมั่นว่าสมาร์ตโฟนเมื่อทำงานร่วมกับ AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ และยกระดับเกษตรกรไทยให้กลายเป็น 'Smart Farmer' ได้จริง" -  อุกฤษ อุณหเลขกะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ธารา กรีน จำกัด

 

ปัจจุบัน แพลตฟอร์มของ ธารา กรีน (Thara Green) มีเกษตรกรไทยเข้าใช้งานแล้วเกือบ 1 ล้านคน กลายเป็นกลไกสำคัญที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันมาทำเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) มากขึ้น

 

นอกจากนี้ AI ยังเข้ามาช่วยทลายกำแพงการส่งออก ด้วยการจัดการงานเอกสารและใบรับรองมาตรฐานสากลอันซับซ้อน ช่วยให้สินค้าเกษตรไทยสามารถก้าวสู่ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในต่างประเทศ อย่าง Whole Foods หรือ Trader Joe's ในสหรัฐอเมริกาได้อย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

 

ตัวแทนคนรุ่นใหม่ "อุกฤษ"  โชว์วิจัย AI บนเวที IMF เปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ "Smart Farmer"

 

ความน่าสนใจไม่ได้จบลงแค่ภายในสวนหรือภายในไร่เกษตร อุกฤษเล่าถึงการต่อยอดธุรกิจด้วยการใช้ AI เป็น “สะพานเชื่อมองค์ความรู้” ช่วยลบข้อจำกัดแม้ว่าเขาจะไม่มีพื้นฐานด้านชีวเคมีมาก่อนก็ตาม

 

  • แก้ปัญหา PM2.5 จากต้นตอ: พืชผลและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างฟางข้าว ซังข้าวโพด หรือเศษไม้ มักถูกจัดการด้วยการเผาจนกลายเป็นมลพิษ

 

  • นวัตกรรมเปลี่ยนเศษขยะให้มีมูลค่า:  ซีอีโอแห่ง ธารา กรีนใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลด้านชีววิทยาและเคมี จนนำไปสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเผาขั้นสูง เพื่อแปลงเศษวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น “วัสดุก่อสร้างชีวคาร์บอน” (Bio-carbon Material) สำหรับผสมในคอนกรีตและงานก่อสร้าง

 

ซึ่งจะเห็นได้ว่า AI ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร แต่ยังเสริมศักยภาพให้ทีมงานสามารถสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเรื่องที่นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญเดิมก็ตาม

 

ตัวแทนคนรุ่นใหม่ "อุกฤษ"  โชว์วิจัย AI บนเวที IMF เปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ "Smart Farmer"


 

สำหรับการขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและลาว อุกฤษณ์ย้ำว่า นอกเหนือจากข้อจำกัดด้านกฎหมายและวัฒนธรรมการทำงานแล้ว ปัจจัยสำคัญที่สุดในการส่งมอบเทคโนโลยีให้ถึงมือผู้ใช้งานระดับฐานรากก็คือ "ความเข้าใจความรู้สึกผู้อื่น  (Empathy)"

 

"ถ้ามองในมุมธุรกิจ ใครๆ ก็คงอยากได้เงินกู้ดอกเบี้ย 0% แต่ในโลกความเป็นจริงของเกษตรกร เขามีความกังวลที่ลึกซึ้งกว่านั้น... ถ้าลองเปลี่ยนวิธีแล้วผิดพลาดขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ? จะโดนยึดบ้านยึดที่ดินไหม? สิ่งที่เราต้องทำจึงไม่ใช่แค่การอัดฉีดเงินกู้ แต่ต้องลุยเข้าไป 'ฝึกอบรมทักษะ' พร้อมสร้าง 'โอกาสทางการตลาด' ให้เห็นชัดเจนว่า ทำแล้วขายได้ราคาดีขึ้นจริง นี่ต่างหากคือหัวใจสำคัญที่จะชนะใจและสร้างการยอมรับจากเกษตรกรได้"

 

นอกจากนี้ คุณอุกฤษณ์ยังได้เปรียบเทียบกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจไทยกับวงการกีฬาไว้อย่างน่าสนใจว่า ไทยไม่จำเป็นต้องไปวิ่งไล่ตามแข่งผลิตชิป AI กับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือจีน

 

แต่ควร "ชูจุดแข็ง" ที่เรามี ทั้งเกษตรกรรม อาหาร การท่องเที่ยว และการดูแลสุขภาพ เหมือนกับที่นักกอล์ฟไทยก้าวขึ้นสู่ระดับโลกได้ เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่ได้ตัดสินกันที่ส่วนสูง แต่ใช้ความแม่นยำและทักษะเฉพาะตัวล้วนๆ

 

ตัวแทนคนรุ่นใหม่ "อุกฤษ"  โชว์วิจัย AI บนเวที IMF เปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่ "Smart Farmer"

 

ทักษะแห่งอนาคต และเสียงสะท้อนถึงกฎระเบียบภาครัฐ

 

ในยุคที่ AI เข้ามาพลิกโฉมตลาดแรงงาน อุกฤษได้เปิดเผยถึงหลักเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาร่วมงาน โดยมองว่าแม้ AI จะช่วยลดจำนวนพนักงานลงได้ แต่ทักษะที่ "มนุษย์" ยังคงต้องมีอยู่และขาดไม่ได้ ได้แก่

 

  • ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity): เน้นทักษะการตั้งคำถามและการเขียน Prompt เพื่อเฟ้นหาทางออกและแนวคิดใหม่ๆ

 

  • การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking): ความสามารถในการตรวจสอบ คัดกรอง และประเมินความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลที่ได้จาก AI

 

  • ความเข้าใจกระบวนการทำงานจริง (Real-world Workflow): พนักงานต้องเข้าใจและเคยลงมือทำกระบวนการนั้นๆ ด้วยตัวเองก่อน จึงจะสามารถสั่งงาน AI และประเมินผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ

 

ในช่วงท้ายของการเสวนา เมื่อพูดถึงสิ่งที่อยากฝากถึงภาครัฐเพื่อปลดล็อกอุปสรรคทางธุรกิจ อุกฤษชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "ขั้นตอนการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า" ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 6-12 เดือน ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็ว

 

ดังนั้น การลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่นำนวัตกรรมออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น จึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

สภาพัฒน์ ลุ้น GDP ไตรมาส 3 ดีขึ้น หลังปรับฐาน MPI  สะท้อนผลดีส่งออก

สภาพัฒน์ ลุ้น GDP ไตรมาส 3 ดีขึ้น หลังปรับฐาน MPI สะท้อนผลดีส่งออก