
อดีต CEO “ชาย เอี่ยมศิริ” ขายหุ้น THAI เหลือถือ 500 หุ้น ท่ามกลางรอยแผลดราม่าการบินไทย
จับตาความเคลื่อนไหว “ชาย เอี่ยมศิริ” อดีต DD การบินไทย หลังแจ้งขายหุ้น THAI จำนวน 45,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 5.60 บาท เหลือถือเพียง 500 หุ้น ท่ามกลางช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อขององค์กรที่เพิ่งเผชิญปัญหาบริการภาคพื้นดินและคลังสินค้าสุวรรณภูมิ จนเกิดคำถามถึงมาตรฐานการให้บริการและความเชื่อมั่นต่อการฟื้นฟูกิจการ
KEY
POINTS
- จับตาความเคลื่อนไหว “ชาย เอี่ยมศิริ” อดีต DD การบินไทย หลังแจ้งขายหุ้น THAI จำนวน 45,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 5.60 บาท
- เหลือถือเพียง 500 หุ้น ท่ามกลางช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อขององค์กรที่เพิ่งเผชิญปัญหาบริการภาคพื้นดินและคลังสินค้าสุวรรณภูมิ
- จนเกิดคำถามถึงมาตรฐานการให้บริการและความเชื่อมั่นต่อการฟื้นฟูกิจการ
หุ้น 4.5 หมื่นหุ้นกับเรื่องราวที่มากกว่าตัวเลข!
ดูเหมือนหุ้นจำนวน 45,000 หุ้น อาจไม่ใช่ตัวเลขที่ใหญ่โตเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่เมื่อชื่อของผู้ขายคือ “ชาย เอี่ยมศิริ” อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ความเคลื่อนไหวดังกล่าวย่อมได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่กำลังติดตามทุกจังหวะของสายการบินแห่งชาติ
รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร หรือแบบ 59 ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับ ประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ระบุว่า นายชาย จำหน่ายหุ้น THAI ผ่านตลาดหลักทรัพย์ด้วยระบบจับคู่อัตโนมัติ (Auto Matching)
โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการ จำนวน 45,000 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 5.60 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 252,000 บาท หลังรายการดังกล่าว จำนวนหุ้นที่ถือครองลดลงเหลือเพียง 500 หุ้น
ประเด็นที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงเม็ดเงินจากการขายหุ้น แต่เป็นจังหวะเวลาที่เกิดขึ้น ขณะที่การบินไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการเรียกคืนความเชื่อมั่น หลังผ่านช่วงเวลาของการปรับโครงสร้างในหลายมิติ
และต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าการฟื้นฟูไม่ได้จบลงเพียงตัวเลขทางการเงิน แต่ต้องสะท้อนถึงคุณภาพการดำเนินงานที่ผู้โดยสารสัมผัสได้จริง อย่างไรก็ตาม การขายหุ้นครั้งนี้เป็นเพียงข้อมูลการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ ไม่ได้สะท้อนมุมมองเชิงลบหรือบวกต่อบริษัท
ย้อนรอยดราม่า
ชื่อของ “ชาย เอี่ยมศิริ” ผูกพันกับการบินไทยในช่วงเวลาที่องค์กรต้องเดินหน้าฟื้นฟูกิจการและปรับตัวในธุรกิจการบินที่มีการแข่งขันสูง แต่โจทย์ของสายการบินไม่ได้มีเพียงการบริหารต้นทุน รายได้ หรือเส้นทางบิน เพราะความผิดพลาดในการให้บริการเพียงช่วงหนึ่งก็อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน
หนึ่งในประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อการบินไทย คือปัญหาการให้บริการภาคพื้นดินและภาระงานด้านคลังสินค้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่างวันที่ 26-30 กันยายน 2569 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ต้องติดตามทั้งในมิติการดูแลผู้โดยสาร การจัดการสัมภาระ และประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการ
เมื่อปัญหาหน้างานกลายเป็นเรื่องที่สังคมจับตา คำถามจึงขยายจากความผิดพลาดเฉพาะหน้าไปสู่ความพร้อมของระบบบริหารจัดการ ตั้งแต่การวางแผนกำลังคน การประสานงานระหว่างหน่วยงาน ไปจนถึงการรับมือเมื่อปริมาณงานเกินกว่าที่ระบบจะรองรับได้
สำหรับสายการบินที่กำลังฟื้นความเชื่อมั่น เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย เพราะประสบการณ์ของผู้โดยสารคือหนึ่งในบททดสอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กร.







