posttoday
ยักษ์พลังงานเตือนโลกใกล้หมดกันชนสำรอง ดันราคาน้ำมันพุ่งต่อ

ยักษ์พลังงานเตือนโลกใกล้หมดกันชนสำรอง ดันราคาน้ำมันพุ่งต่อ

08 ตุลาคม 2569

ผู้บริหารบริษัทพลังงานเตือนน้ำมันสำรองที่พร้อมใช้เหลือน้อยกว่า 10% หลังวิกฤตตะวันออกกลางและยูเครนดึงสต็อกออกมาใช้ เสี่ยงตลาดผันผวนหนัก

ตลาดน้ำมันโลกกำลังเข้าใกล้ภาวะขาด “กันชนสำรอง” หลังปริมาณน้ำมันในคลังที่สามารถนำออกมาสู่ตลาดได้จริงลดลงอย่างมาก ท่ามกลางวิกฤตอุปทานจากสงครามในตะวันออกกลางและยูเครน ส่งผลให้ตลาดเปราะบางและเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน

 

Amin Nasser ซีอีโอ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ปัจจุบันน้ำมันในคลังเชิงพาณิชย์ทั่วโลกเหลือน้อยกว่า 6,000 ล้านบาร์เรล แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในทางปฏิบัติ ทำให้ระบบน้ำมันโลกเริ่มเผชิญแรงตึงตัวอย่างชัดเจน

 

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตตะวันออกกลางในปีนี้ มีการนำน้ำมันจากคลังสำรองเชิงพาณิชย์บนบกออกมาใช้แล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญลำดับสุดท้ายที่ตลาดมีไว้รองรับภาวะอุปทานหยุดชะงัก

 

Nasser ระบุว่า ขณะนี้น้ำมันสำรองที่พร้อมใช้งานจริงมีไม่ถึง 10% ซึ่งเป็นเหตุผลที่การปล่อยน้ำมันสำรอง 100 ล้านบาร์เรลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) แม้มีปริมาณมาก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะคลายความตึงตัวของตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

IEA ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและประสานงานคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศตะวันตก เตรียมปล่อยน้ำมันดิบและดีเซลรวม 100 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยบรรเทาราคาดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าน้ำมันบางส่วนจะมาจากปริมาณที่เหลือจากการปล่อยสำรองครั้งใหญ่ 400 ล้านบาร์เรลในเดือนมีนาคมหรือไม่

 

ข้อมูลของ IEA ระบุว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 102 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ระดับสต็อกที่พร้อมใช้งานกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของตลาด

ยักษ์พลังงานเตือนโลกใกล้หมดกันชนสำรอง ดันราคาน้ำมันพุ่งต่อ

 

กันชนอุปทานบางลง เสี่ยงราคาน้ำมันพุ่ง

 

Mike Wirth ซีอีโอ Chevron กล่าวว่า การลดลงของน้ำมันสำรองทำให้ตลาดเปราะบางมากขึ้น และส่งผลให้ “ราคาขั้นต่ำ” ของน้ำมันปรับสูงขึ้น เนื่องจากตลาดมีน้ำมันสำรองเหลือไม่มากพอที่จะรองรับเหตุการณ์สะดุดด้านอุปทาน

 

ผู้บริหารอุตสาหกรรมน้ำมันยังประเมินว่า ความปั่นป่วนในตลาดอาจลากยาวไปถึงปีหน้า เนื่องจากการเติมสต็อกกลับเข้าสู่ระดับปกติอาจใช้เวลาหลายปี ขณะเดียวกันผู้ผลิตยังต้องจัดหาน้ำมันให้เพียงพอกับความต้องการใช้ทั่วโลก

 

ทั้งนี้ น้ำมันที่อยู่ในคลังไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำออกมาใช้ได้ทันทีทั้งหมด เพราะมีข้อจำกัดทั้งด้านการปฏิบัติการ เช่น น้ำมันที่อยู่ก้นถังหรือค้างอยู่ในระบบท่อ รวมถึงข้อกำหนดของรัฐบาลที่ต้องรักษาระดับน้ำมันสำรองขั้นต่ำเพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน

 

Russell Hardy ซีอีโอ Vitol บริษัทค้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ กล่าวว่า ตลาดโลกจำเป็นต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันทางทะเลจากตะวันออกกลางเพื่อรักษาสมดุลในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากคลังสำรองในประเทศตะวันตกเหลือน้อยจนแทบไม่มีปริมาณให้ดึงออกมาใช้เพิ่มเติม

 

ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำมันดิบในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2525 ตามข้อมูลกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ

ยักษ์พลังงานเตือนโลกใกล้หมดกันชนสำรอง ดันราคาน้ำมันพุ่งต่อ

 

ก๊าซธรรมชาติก็เผชิญความเสี่ยง

 

สถานการณ์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะน้ำมัน โดยคลังก๊าซธรรมชาติทั่วโลกก็อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน ทำให้ราคามีความเสี่ยงพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หากฤดูหนาวปีนี้มีสภาพอากาศหนาวจัด

 

Tengku Muhammad Taufik ซีอีโอ Petronas เตือนว่า หากปริมาณก๊าซในคลังลดลงแตะระดับต่ำสุดในไตรมาสแรกของปี 2570 ตลาดก๊าซอาจเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรง ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก

 

ข่าวล่าสุด

ยักษ์พลังงานเตือนโลกใกล้หมดกันชนสำรอง ดันราคาน้ำมันพุ่งต่อ

ยักษ์พลังงานเตือนโลกใกล้หมดกันชนสำรอง ดันราคาน้ำมันพุ่งต่อ