
กบข.หนุนอดีตขรก.แบ่งเงินเกษียณ "ใช้หนี้-ออมต่อ" ชงบอร์ดแก้กม.วันนี้
กบข.เตรียมแก้กฎหมายเพิ่มทางเลือกสมาชิกเกษียณ แบ่งเงินก้อนบางส่วนใช้หนี้-ใช้จ่าย ที่เหลือออมต่อ พร้อมเปิดทางนำเงินบำนาญมาออม
KEY
POINTS
- กบข. เตรียมเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) เพื่อแก้ไขกฎหมาย เพิ่มความยืดหยุ่นให้ข้าราชการที่เกษียณแล้วสามารถบริหารจัดการเงินออมได้
- แนวทางใหม่จะเปิดให้สมาชิกสามารถแบ่งเงินก้อนหลังเกษียณ โดยนำบางส่วนไปชำระหนี้สิน และคงเงินส่วนที่เหลือไว้ออมต่อกับ กบข. ได้
- นอกจากนี้ยังเสนอให้สมาชิกสามารถนำเงินบำนาญรายเดือนที่ได้รับจากกรมบัญชีกลาง กลับมาออมต่อกับ กบข. เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการบริหารรายได้
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เตรียมเพิ่มทางเลือกการออมเงินหลังเกษียณ ให้สมาชิกบริหารเงินได้ยืดหยุ่นขึ้น โดยเตรียมเสนอแนวทางแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กบข. (บอร์ด) ในเย็นวันนี้ (17 ก.ย.) ก่อนเข้าสู่กระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาตามขั้นตอน
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า แม้ปัจจุบันสมาชิกที่เกษียณอายุราชการสามารถเลือกออมต่อกับ กบข.ได้อยู่แล้ว แต่แนวทางที่ต้องการผลักดันเพิ่มเติม คือ การทำให้สมาชิกบริหารเงินหลังเกษียณได้ยืดหยุ่นขึ้น จากเดิมที่เน้นคงเงินออมก้อนเดิมไว้เพื่อออมต่อ มาเป็นแนวทางที่เปิดให้สมาชิกแบ่งการจัดการเงินตามความจำเป็น
แนวทางใหม่นี้ต้องการให้สมาชิกที่มีภาระหนี้ เช่น หนี้ส่วนตัว หรือหนี้ครู รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็น สามารถนำเงินออมบางส่วนออกมาใช้หรือชำระหนี้ได้ ขณะที่เงินส่วนที่เหลือยังสามารถคงไว้กับ กบข.เพื่อออมต่อ โดยไม่จำเป็นต้องถอนเงินออกมาทั้งหมด
ขณะเดียวกัน กบข.ต้องการเปิดทางให้สมาชิกที่เกษียณแล้วสามารถนำเงินบำนาญที่ได้รับจากกรมบัญชีกลางกลับมาออมกับ กบข.ได้ด้วย เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการบริหารรายได้หลังเกษียณ แต่เรื่องนี้ต้องแก้ไขกฎหมายก่อนจึงจะดำเนินการได้
“วันนี้สมาชิกที่เกษียณสามารถออมต่อได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราอยากผลักดันเพิ่ม คือ การนำเงินบำนาญที่ได้รับจากกรมบัญชีกลางมาออมต่อ หรือคนที่ได้รับเงินไปแล้วสามารถนำเงินกลับเข้ามาออมได้ ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กบข.พิจารณาในเย็นวันนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการ ครม.และสภาต่อไป” นายศรพลกล่าว
นายศรพล กล่าวด้วยว่า แนวคิดดังกล่าวต้องการให้การออมหลังเกษียณสอดคล้องกับชีวิตจริงของสมาชิกมากขึ้น เพราะสมาชิกแต่ละคนมีความจำเป็นแตกต่างกัน บางคนมีหนี้สินและต้องใช้เงินก้อนหลังเกษียณ หากต้องเก็บเงินทั้งหมดไว้เพื่อออมต่อ อาจไม่ตอบโจทย์ จึงต้องการให้สามารถนำเงินบางส่วนไปจัดการหนี้หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และเก็บส่วนที่เหลือไว้ออมต่อได้
สำหรับจำนวนสมาชิกที่ออมต่อ ปัจจุบันมีข้อมูลสะสมอยู่ที่กว่า 8,000 ราย แต่ กบข.ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าเหตุใดสมาชิกบางส่วนจึงเลือกออมหรือไม่ออมต่อ โดยมีแผนเชื่อมข้อมูลกับกระทรวงการคลังและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อให้เห็นพฤติกรรมของสมาชิกได้ชัดเจนขึ้น
จากข้อมูลเบื้องต้น กบข.ตั้งข้อสังเกตว่า สมาชิกบางส่วนอาจไม่ได้ออมต่อทันทีเพราะมีภาระหนี้ โดยสมาชิกบางรายมีหนี้เกือบ 2 ล้านบาท ขณะที่มีเงินออมประมาณ 1.5 ล้านบาท จึงอาจนำเงินก้อนออกไปจัดการหนี้ก่อน แต่หลังจากนั้นยังมีรายได้จากเงินบำนาญรายเดือน ทำให้มีโอกาสที่จะนำเงินบำนาญกลับมาออมต่อได้
ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายยังต้องผ่านหลายขั้นตอน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้หรือไม่ โดย กบข.จะพยายามผลักดันเรื่องดังกล่าวให้เดินหน้าตามกระบวนการอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีการปฏิรูประบบราชการและแนวโน้มการลดจำนวนอัตรารับข้าราชการใหม่ ซึ่งอาจทำให้จำนวนสมาชิก กบข.ลดลงในอนาคต นายศรพลกล่าวว่า การตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) กับการตัดสินใจออมต่อเป็นคนละเรื่องกัน โดยข้าราชการที่เลือกเกษียณก่อนกำหนดยังสามารถเลือกออมต่อกับ กบข.ได้
“การตัดสินใจ Early กับการตัดสินใจออมต่อเป็นคนละเรื่องกัน ข้าราชการที่ตัดสินใจ Early ก็สามารถออมต่อกับ กบข.ได้ เราต้องประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบว่ามีทางเลือกนี้ ส่วนจะมีสมาชิกกี่คน เราก็ดูแลเขาเต็มความสามารถอยู่แล้ว” นายศรพลกล่าว







