
'วู้ดดี้' ปั้น MINISTRY OF LIFE ดันอีเวนต์ปลดล็อกพึ่งตัวบุคคล
'วู้ดดี้ วุฒิธร' พลิกโฉม 'วู้ดดี้ เวิลด์' สู่ 'MINISTRY OF LIFE' รุกหนักธุรกิจอีเวนต์และสุขภาพ เร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ Non-Woody เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- วู้ดดี้-วุฒิธร ปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่จาก "วู้ดดี้ เวิลด์" สู่ "MINISTRY OF LIFE" (MOL) เพื่อแก้ปัญหาการเติบโตที่ติดขัดจากการพึ่งพาแบรนด์บุคคลเพียงอย่างเดียว
- กลยุทธ์ใหม่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจอีเวนต์และประสบการณ์ (Event & Experience) อย่างเข้มข้น โดยตั้งเป้าให้เป็นแหล่งรายได้หลักถึง 40% ของรายได้รวม
- บริษัทตั้งเป้าลดสัดส่วนรายได้ที่พึ่งพาตัววู้ดดี้จาก 50% เหลือเพียง 15-20% ภายในปี 2570 และสร้างรายได้ที่ไม่ใช่แบรนด์วู้ดดี้ (Non-Woody) ผ่านการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์อื่น
'วู้ดดี้' ทรานส์ฟอร์มใหญ่รอบ 2 ทศวรรษ ปั้น 'MINISTRY OF LIFE' ปลุกธุรกิจอีเวนต์ ปลดล็อกคอขวดพึ่งพาตัวบุคคล
บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษ ภายใต้การนำของ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ด้วยการปรับเปลี่ยนภาพจำและโครงสร้างธุรกิจจาก "วู้ดดี้ เวิลด์" สู่ "กระทรวงแห่งชีวิต" หรือ MINISTRY OF LIFE (MOL)
การย้ายปักหมุดครั้งนี้มีเป้าประสงค์สำคัญในการแก้โจทย์ความท้าทายขององค์กรที่พึ่งพาแบรนด์ตัวตน (Personal Brand) ของผู้นำเพียงอย่างเดียว ซึ่งกลายเป็นคอขวดกั้นการเติบโตของรายได้ในระดับร้อยล้านบาทมาหลายปี
ถอดบทเรียนอีเวนต์ระดับชาติ สู่ระบบนิเวศ 6 เสาหลัก
วู้ดดี้เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นแนวคิดเกิดขึ้นจากการตั้งคำถามถึงอนาคตองค์กรหากไม่มีตนเองเป็นแม่ทัพหลัก
บทเรียนจากการจัดอีเวนต์แห่งชาติอย่างเทศกาลดนตรี "S2O" ในช่วงเริ่มต้น ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการสร้างการเติบโตที่มั่นคงจำเป็นต้องใช้นักบริหารมืออาชีพและระบบงานที่ชัดเจน
ทำให้บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตสื่อบันเทิง ไปสู่การสร้าง "ระบบนิเวศด้านการมีสุขภาวะที่ดี" (Well-being Ecosystem) ผ่านแนวคิด "Connecting every dot of life"
ครอบคลุม 6 เสาหลักของการใช้ชีวิต ได้แก่
- Well-being (ความเป็นอยู่ที่ดี)
- Relationship & Family (ความสัมพันธ์และครอบครัวรวมถึงสัตว์เลี้ยง)
- Work revolution (การทำงาน)
- Wealthspan (ความยั่งยืนและความมั่งคั่งทางการเงินตลอดชีวิต)
- Mindset & Emotional Well-being (สุขภาวะทางอารมณ์)
- Purpose & Meaning (การมีเป้าหมายและความหมายของการใช้ชีวิต)
- ชู "Event & Experience" ขุมพลังสร้างรายได้ 40%
ในส่วนของกลยุทธ์การสร้างรายได้ MINISTRY OF LIFE ได้วางโครงสร้างการเติบโตผ่าน 3 ขาหลัก ได้แก่ สื่อและรายการ (Media & Content), กิจกรรมและประสบการณ์ (Event & Experience) และคอมมูนิตีด้านสุขภาวะและการค้า (Well-being Community & Commerce)
โดยให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจอีเวนต์อย่างเข้มข้น เพื่อเปลี่ยนกลุ่มผู้ชมที่มีฐานผู้ติดตามรวมกว่า 24 ล้านราย ให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริง
สำหรับธุรกิจอีเวนต์จะถูกจัดขึ้นรองรับทั้ง 6 เสาหลักของชีวิต โดยมีงาน Life Expo เป็นอีเวนต์เรือธง (Flagship) แห่งปี ซึ่งปีนี้เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 20 ล้านบาทเพื่อเนรมิตงานอย่างยิ่งใหญ่
ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนรายได้จากกลุ่มอีเวนต์จะพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 40% ของรายได้รวมในปีหน้า เท่ากับสัดส่วนรายได้จากสื่อและคอนเทนต์
ขยายรายได้ Non-Woody ตั้งเป้าปี 2570 แตะ 200 ล้าน
นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งปั๊มรายได้ที่ไม่พึ่งพาตัวบุคคล หรือ Non-Woody ผ่านการผนึกกำลังกับอินฟลูเอนเซอร์และพันธมิตรผลิตรายการต่าง ๆ
เช่น Kim's Mirror โดยคิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, MY DADDY James โดยเจมส์ จิรายุ และ THE LAZY GENIUS โดยคริส หอวัง ซึ่งจะช่วยต่อยอดไปสู่การสร้างคอมมูนิตีและอีเวนต์ในแต่ละเสาหลักเฉพาะตัว
ควบคู่กับการเปิดตัวธุรกิจใหม่อย่าง MOL Co-lab ที่ให้บริการสร้างสรรค์คอนเทนต์และกลยุทธ์แบบ Tailor-made ตั้งเป้ารายได้ 50 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจ d.o.t. ในการบริหารจัดการศิลปิน
จากการปรับโครงสร้างดังกล่าว วู้ดดี้ เวิลด์ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 150 ล้านบาท (เติบโต 10%) และปี 2570 ที่ 200 ล้านบาท (เติบโต 20%)
โดยคาดว่าจะสามารถลดสัดส่วนการพึ่งพารายได้จากตัว "วู้ดดี้" จากเดิม 50% ลงมาเหลือเพียง 15–20% เท่านั้น เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในฐานะบริษัทมืออาชีพ







