
พิรงรอง ยื่นคำขาด สำนักงาน กสทช. ต้องจัดประชุม 6 คน ฝ่าฝืนโดน 157
ยื่นคำขาดสำนักงาน กสทช. ต้องจัดประชุม ภายใน 16 ก.ย.นี้ ตามมาตรา 20 ของกฎหมาย กสทช. หากฝ่าฝืนเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จี้ ‘ไตรรัตน์’ หยุดใช้สำนักงาน กสทช. ปกป้อง ‘หมอสรณ’ กรณีคุณสมบัติมีปัญหา ชี้เป็นคดีส่วนตัว
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่งบันทึกข้อความด่วนที่สุดถึงเลขาธิการ กสทช. ย้ำ การนัดประชุม กสทช. ต้องเริ่มจากการนัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสามแห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น
หากผู้ใดฝ่าฝืนก็อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ยุติการใช้ชื่อและทรัพยากรของสำนักงาน กสทช.เพื่อเป็นปากเสียงแทน ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช.วินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการฯ
วันที่ 7 กันยายน 2569 ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ส่งบันทึกข้อความ “ด่วนที่สุด” ถึงเลขาธิการ กสทช. ตั้งคำถามการที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ กสทช. ในฐานะฝ่ายบริหารของสำนักงาน กสทช.
ออกแถลงการณ์ชี้แจงแทน ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในคดีความส่วนบุคคลซึ่งโต้แย้งกรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช.วินิจฉัยว่า ศ.คลินิกสรณฯ มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการ กสทช. ถือเป็นการทำเกินหน้าที่หรือไม่ ทั้งนี้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 กำหนดหน้าที่ให้สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ มิใช่เฉพาะตำแหน่งประธาน กสทช. เท่านั้น
นอกจากนี้ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองฯ ยังย้ำว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ชี้ว่า ภายหลังคณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยแล้ว ศ.คลินิกสรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ระบุว่าให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่
แต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน โดยบทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านการประกอบกิจการ วิทยุโทรทัศน์ และกิจการคมนาคม เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก จึงขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมและอำนวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการ กสทช. 6 คนที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองฯ ได้มีหนังสือด่วนที่สุดขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. 6 คนในวันที่ 4 หรือ 7 กันยายน หรือในเวลาที่กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่สะดวกตรงกัน อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน สำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้มีการแจ้งนัดหมายเพื่อจัดให้มีการประชุม กสทช.ตามหนังสือดังกล่าว
และไม่ได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องว่าเหตุใดจึงไม่จัดให้มีการประชุม กสทช. ตามหนังสือดังกล่าวเช่นกัน ในขณะที่ปรากฏข่าวจากสื่อมวลชนว่า นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่าไม่สามารถดำเนินการจัดประชุมในวันที่ 4 กันยายน 2569 ได้
เนื่องจากศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้กำหนดนัดหมายการประชุมคณะกรรมการ กสทช. นัดถัดไปไว้แล้วในวันที่ 9 กันยายน 2569 ขณะที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงยืนยันและสนับสนุนในสถานภาพทางกฎหมายของศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ในฐานะประธาน กสทช. และศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ต่อมา นายไตรรัตน์ ได้ทำบันทึกที่ สทช 2001/2613 ตอบกลับโดยอ้างระเบียบข้อบังคับการประชุม กสทช. ว่ากำหนดให้ต้องแจ้งนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่ประธานจะเห็นสมควรให้นัดเร็วกว่านั้น และยืนยันว่า จะยึดปฏิทินการประชุมประจำเดือนกันยายนที่ได้แจ้งไว้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569
โดยการประชุมครั้งถัดไปกำหนดไว้ในวันที่ 9-10 กันยายน 2569 และหากกรรมการ กสทช. ประสงค์จะขอประชุมนัดพิเศษเพิ่มเติมขอให้ระบุวันเพื่อส่งเรื่องให้ “ประธาน กสทช.” พิจารณาตามระเบียบต่อไป
ล่าสุด วันที่ 9 กันยายน 2569 ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองฯ ได้มีบันทึกแจ้งกลับไปยังรักษาการเลขาธิการว่า การนัดประชุมที่สำนักงาน กสทช. กล่าวอ้างถึงนั้น เป็นการนัดประชุมโดยศ.คลินิกสรณ ซึ่งเป็นบุคคลผู้ที่ในคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลประกอบการมีคำสั่งว่าไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ได้ต่อไป นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เป็นต้นไป
จึงเป็นการกำหนดนัดประชุมโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ ดังนั้น นับจากนี้ตามข้อกฎหมายแล้ว การนัดประชุม กสทช. ต้องเริ่มจากการนัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น
หากผู้ใดฝ่าฝืนก็อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. ตามที่กฎหมายกำหนด
โดยจัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 20 วรรคสาม ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยจัดประชุม กสทช. โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ภายในวันพุธที่ 16 กันยายน 2569
กสทช.ประชุมล่ม ครั้งที่ 9 วันที่ 9 เดือน 9
สำหรับการประชุมบอร์ดกสทช.เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 ผลปรากฎว่าเป็นไปตามคาด เป็นการประชุมล่ม ครั้งที่ 9 โดยมี นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เข้าร่วมในห้องประชุม ขณะที่ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร นายต่อพงศ์ เสลานนท์ เข้าประชุมออนไลน์ ส่วน นาย สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลาป่วย ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
ขณะที่อีก 3 กสทช. พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ น.ส..พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุม เมื่อ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งที่ประชุม ถึงกำหนดการประชุม
และเชิญ พลตำรวจเอก ณัฐธร และ นายต่อพงศ์ แสดงตนในการประชุมออนไลน์ แต่ปรากฎว่า ไม่มีเสียงตอบรับแสดงตัว ที่ประชุมบอร์เ จึงรอให้ครบ 30 นาที ปรากฎว่า บอร์ด ยังไม่ครบองค์ประชุม
นายไตรรัตน์ จึงแจ้งที่ประชุม ว่า ในวันนี้มีวาระพิจารณาอยู่ 193 เรื่อง และเป็นวาระเร่งด่วนอยู่ 82 เรื่องที่ต้องรีบพิจารณาโดยเร็ว สำหรับวาระเร่งด่วนที่สำคัญ อาทิ เรื่องที่สำนักงาน กสทช. จะต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แก่
การเตรียมการเข้าร่วมการประชุมใหญ่ระดับนโยบายของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU Plenipotentiary Conference) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นช่วงเดือน พ.ย. นี้ ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ก่อนการเดินทาง รวมถึงเรื่องการขอใช้สิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้ทันตามกรอบเวลา
นอกจากนี้ ยังมีวาระเร่งด่วนสำคัญในส่วนของภาระผูกพันทางกฎหมายของสำนักงานฯ คือ กรณีที่สำนักงาน กสทช. แพ้คดีความและจะต้องดำเนินการชำระเงินชดใช้ให้กับผู้ประกอบการเอกชน เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องเสนอที่ประชุม กสทช. เพื่อขออนุมัติใช้งานงบกลางในการชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว หลังจากนั้น จึง เสนอประธานฯ กสทช. สั่งเลื่อนประชุมเป็นวันที่ 10 กันยายน 2569
หลังจากนั้นนายไตรรัตน์ เมื่อออกมาจากห้องประชุม กล่าวถึงเรื่องที่ สภาผู้บริโภค และสมาคมทีวีดิจิตอล มายื่นหนังสือให้สำนักงานฯประชุมว่า สำนักงานฯ ได้ พยายามดำเนินการ จัดประชุมอยู่ ส่วนเรื่องเอกสารข่าวของศาลปกครองที่แจ้งข่าวของ สำนักงาน กสทช.คาดเคลื่อนว่า อาจจะเป็นการเข้าใจผิด และตนเองไม่ได้จบกฎหมาย จึงไม่ทราบรายละอียด







