posttoday
ลุ้น ไทยเที่ยวไทยพลัส เริ่ม 1 ต.ค. งบเฟสแรกกว่า 2 พันล. กระตุ้นช่วง Low Season ช่วยรายย่อย

ลุ้น ไทยเที่ยวไทยพลัส เริ่ม 1 ต.ค. งบเฟสแรกกว่า 2 พันล. กระตุ้นช่วง Low Season ช่วยรายย่อย

03 กันยายน 2569

คลังเตรียมเดินหน้า ไทยเที่ยวไทยพลัส คาดเริ่ม 1 ต.ค. เน้นช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ใช้ Flat Rate แก้ปัญหา รร.อัพราคา เพิ่ม Daily Allowance งบเฟสแรกกว่า 2,000 ล้าน ส่วนสิทธิ์รอ ก.ท่องเที่ยวฯ เคาะ

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมเปิดโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ในวันที่ 1 ต.ค. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วง Low Season และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ด้วยงบประมาณเฟสแรกกว่า 2,000 ล้านบาท
  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือค่าที่พักจากการให้ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์ มาเป็นการให้เงินอุดหนุนแบบวงเงินคงที่ (Flat Rate) ต่อห้องต่อคืน เพื่อป้องกันปัญหาโรงแรมขึ้นราคา
  • ลดสัดส่วนการอุดหนุนค่าห้องพัก และเพิ่มวงเงินในส่วนของค่าใช้จ่ายรายวัน (Daily Allowance) เพื่อให้เงินกระจายสู่ภาคบริการและการท่องเที่ยวอื่นๆ มากขึ้น

หลังจบโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” คลังและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมปรับรูปแบบใหม่เป็นโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” หวังกระตุ้นการเดินทางในประเทศและกระจายเม็ดเงินลงสู่ผู้ประกอบการให้ทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง Low Season ที่ธุรกิจมีรายได้ลดลง

 

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง แนวทางการช่วยเหลือและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ แนวทางโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งเป็นการปรับปรุงรูปแบบจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ว่า โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการอุดหนุนและเยียวยาผู้ประกอบการในภาคบริการและการท่องเที่ยวโดยตรง โดยคาดว่าจะเริ่มโครงการ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูกาล หรือ Low Season  ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้ลดลง

 

สำหรับรูปแบบโครงการจะมีลักษณะคล้ายกับ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในอดีต แต่จะมีการปรับปรุงรายละเอียดและปิดช่องโหว่ที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้เงินงบประมาณลงไปถึงผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

 

“คอนเซปต์ของไทยเที่ยวไทย ก็คือให้คนออกไปเที่ยว จะมีลักษณะคล้าย ๆ ของเดิมที่เราเที่ยวด้วยกัน แต่ว่าเราก็จะมีการปรับปรุงรายละเอียดหลายๆเรื่องให้มันดีขึ้น ช่องโหว่ที่เราเคยเกิดขึ้น ที่เราเคยเห็นก็จะถูกปิด เพื่อให้การใช้เม็ดเงินไปลงสู่ธุรกิจที่เราเป็นเป้าหมายอย่างแท้จริง ทั้งภาคบริการช่วยผู้ประกอบการ”

 

นายลวรณกล่าวว่า หนึ่งในจุดที่มีการปรับเปลี่ยนสำคัญ คือรูปแบบการช่วยเหลือค่าห้องพัก โดยจะเปลี่ยนจากการที่รัฐช่วยจ่ายเป็นสัดส่วน เช่น เดิมรัฐช่วย 30% ของค่าห้องพัก มาเป็นการกำหนดวงเงินช่วยเหลือแบบคงที่ หรือ Flat Rate ต่อห้องต่อคืน

 

การปรับรูปแบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในโครงการเดิม ซึ่งเมื่อรัฐกำหนดให้ช่วยจ่าย 30% ทำให้เกิดกรณีโรงแรมบางแห่งปรับเพิ่มราคาห้องพักขึ้น ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายเงินช่วยเหลือตามราคาที่เพิ่มขึ้น


“ผมเข้าใจว่าเขาจะมีเรทเดียวเลย คือช่วยในส่วนของห้องพัก เมื่อก่อนนี้จำได้ไหมว่าเราเป็นแบบ 30% ออกให้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือแต่ละโรงแรมไปเพิ่มราคาห้องพัก เพราะมี 30% นั้น เราก็เจออันนั้นก็เป็นประสบการณ์ใช่ไหมครับ วันนี้การช่วยเหลือโรงแรม ผมเข้าใจว่าจะเป็นยอดเดียว ช่วยเท่านี้ ใครสมมติอยู่โรงแรมแพงกว่านี้ ก็ออกเองเยอะหน่อย ใครอยู่โรงแรมถูกก็ออกน้อยหน่อย หรือใครอยู่โรงแรมที่ราคาพอดีกับยอดที่กำหนด ก็ไม่ต้องออก” 

 

ดังนั้น แนวทางใหม่จะกำหนดวงเงินช่วยเหลือค่าห้องพักเป็นยอดเดียว ทำให้ผู้ที่เลือกพักโรงแรมราคาสูงกว่าวงเงินที่รัฐกำหนดต้องรับผิดชอบส่วนต่างเอง ขณะที่ผู้ที่เลือกโรงแรมราคาต่ำกว่าวงเงินช่วยเหลือก็จะใช้สิทธิ์ตามค่าใช้จ่ายจริง ส่วนผู้ที่มีค่าห้องพักตรงกับวงเงินที่กำหนดก็ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง

 

นอกจากนี้ โครงการยังมีการปรับสัดส่วนการช่วยเหลือ โดยจะลดน้ำหนักจากการอุดหนุนค่าห้องพัก และเพิ่มวงเงินในส่วนของ “ค่าใช้จ่ายรายวัน” หรือ Daily Allowance เพื่อให้ประชาชนมีเงินสำหรับใช้จ่ายระหว่างการเดินทางมากขึ้น

 

โดยการกำหนดค่าใช้จ่ายรายวันผ่านระบบจะช่วยให้ภาครัฐสามารถควบคุมและติดตามการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งลดช่องโหว่ด้านการทุจริต เนื่องจากการใช้จ่ายจะต้องดำเนินการผ่านระบบที่กำหนด

 

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนสิทธิ์และจำนวนคืนที่ประชาชนแต่ละคนจะได้รับนั้น ยังต้องรอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอรายละเอียดและตัวเลขอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จึงจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการใช้สิทธิ์ทั้งหมด

 

สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้ในระยะแรกเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการ คาดว่าจะอยู่ที่มากกว่า 2,000 ล้านบาท โดยเป็นส่วนหนึ่งของวงเงินตาม พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่จัดเตรียมไว้สำหรับมาตรการดังกล่าว ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีการขอวงเงินสำหรับโครงการเดิมไว้ประมาณ 270,000 กว่าล้านบาท แต่ยังมีวงเงินเหลือ เนื่องจากการลงทะเบียนไม่เต็มจำนวนสิทธิ์ที่กำหนด จึงสามารถนำวงเงินส่วนที่เหลือมาพิจารณาใช้กับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวรอบใหม่ หรือ ไทยเที่ยวไทยพลัส ได้

 

ข่าวล่าสุด

คุมเข้ม Data Center กระทบจำกัด! โบรกเสิร์ฟ 6 หุ้นอานิสงส์เด่นน่าสะสม

คุมเข้ม Data Center กระทบจำกัด! โบรกเสิร์ฟ 6 หุ้นอานิสงส์เด่นน่าสะสม