
ซื้อกองทุนหุ้นไว้ และหุ้นตกควรทําอย่างไร?
.....สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
ผู้ลงทุนหลายท่านซื้อกองทุนหุ้นเอาไว้ แต่เห็นหุ้นตกทุกวัน เกรงว่ากองทุนหุ้นที่เคยลงทุนเอาไว้จะเกิดการขาดทุนจากมูลค่าหน่วยลงทุนต่อหน่วยที่ลดลงไป ซึ่งก็มีคำถามว่า แล้วควรทำอย่างไร?
การลงทุนนั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อมีผลตอบแทนก็ย่อมมีความเสี่ยงควบคู่กันไป กองทุนที่เสนอขายโดยบริษัทจัดการนั้นมีให้เลือกมากมาย มีความหลากหลายด้านนโยบาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ลงทุนได้มีโอกาสเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนรวม ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ในการลงทุน ระยะเวลาในการลงทุนและแผนการใช้เงิน เม็ดเงินที่จะลงทุน ผลตอบแทนที่คาดหวังและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นนั้นจัดเป็นประเภทกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้ลงทุนมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงๆ จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้นและเงินปันผล แต่ก็อาจมีความเสี่ยงถึงขั้นขาดทุนได้เช่นกัน ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมากองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นล้วนมีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ เพราะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่พอมาถึงปีนี้มีหลายคนมองว่าตลาดหุ้นขึ้นมาสูงแล้ว มีความผันผวน กองทุนหุ้นที่ซื้อไว้อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ระดับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เคยยอมรับได้ก็อาจเปลี่ยนไป แล้วเรามีทางเลือกใดบ้าง ลองพิจารณาตามนี้ครับ
ทางเลือกที่หนึ่ง มั่นคงในการดำรงสัดส่วนการลงทุนที่ได้พิจารณาตัดสินใจไว้ เพราะการลงทุนในกองทุนรวมนั้นมีผู้จัดการกองทุนที่จะคอยติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ที่มีผลกระทบต่อหุ้นในพอร์ตการลงทุนแทนผู้ลงทุนอย่างใกล้ชิด และคอยปรับน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมอยู่แล้ว และโดยส่วนใหญ่กองทุนรวมที่เป็นกองทุนหุ้นจะเน้นหนักการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ปัจจัยพื้นฐาน โดยจะเข้าซื้อหุ้นหากเห็นว่าราคาหุ้นลดลงมากกว่าราคาพื้นฐาน และขายทำกำไรหากเห็นว่าราคาสูงกว่าพื้นฐาน หากผู้ลงทุนมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนในระยะยาวอยู่แล้วก็อาจจะถือหน่วยลงทุนต่อไป หรือซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเพื่อเฉลี่ยต้นทุน
ทางเลือกที่สอง อาจปรับเปลี่ยนการลงทุนไปลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Derivatives) ตราสารอนุพันธ์เป็นตราสารทางการเงินชนิดหนึ่ง ลักษณะเด่นของตราสารอนุพันธ์อย่างหนึ่ง คือ เป็นตราสารที่การซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถ
“ขายก่อนซื้อ” หรือ “ซื้อก่อนขาย” ก็ได้ จึงทำให้เกิดโอกาสทำกำไรในสองขา หากคาดว่าราคาหุ้นจะสูงขึ้น ก็สามารถเข้ามาซื้อและรอขายทำกำไรในอนาคต แต่หากคาดว่าราคาหุ้นจะต่ำลง ก็สามารถเข้ามา “ขาย” ก่อนได้เลย และรอ “ซื้อ” เพื่อทำกำไรในภายหลัง ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีตราสารอนุพันธ์ที่อิงกับดัชนี 2 ประเภท คือ SET 50 Index Futures และ SET 50 Index Options ดังนั้นหากกองทุนมีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ก็จะช่วยลดความหวือหวาของผลการดำเนินงานไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นและขาลงลงได้ ผู้ลงทุนที่สนใจต้องศึกษาในรายละเอียดต่อไปว่ากองทุนหุ้นกองใดมีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์บ้างทางเลือกที่สาม อาจปรับสัดส่วนน้ำหนักของเงินลงทุนในกองทุนรวมใหม่ จากความเสี่ยงสูงไปยังความเสี่ยงต่ำกว่ามากขึ้น ถ้าผู้ลงทุนเชื่อมั่นว่าตลาดหลักทรัพย์มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องต่อไป ก็อาจจะปรับเปลี่ยนการลงทุนจากกองทุนหุ้นเป็นกองทุนนโยบายอื่นๆ อาจจะเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น หรืออื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ลงทุนเองว่าขณะนี้ผู้ลงทุนมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนไว้อย่างไร
เนื่องจากการลงทุนในกองทุนรวมโดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นนั้นมีความเสี่ยงสูง ฉะนั้นโอกาสที่ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่ผู้ลงทุนต้องทำก็คือ ติดตาม วิเคราะห์ว่าการลงทุนของตัวเองนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์และความต้องการหรือไม่ หากคำตอบคือไม่ ก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของตัวเองใหม่ คงไม่มีใครสามารถให้คำตอบชี้ชัดลงไปได้ว่าความเหมาะสมของผู้ลงทุนแต่ละคนเป็นอย่างไร เพราะแต่ละคนก็ย่อมจะมีวัตถุประสงค์และความต้องการแตกต่างกันไป







