
ราชกิจจาฯ ปลดล็อก 7 ธุรกิจบริการต่างด้าว ไม่ต้องยื่นขออนุญาตเพิ่มเติม
กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางคนต่างด้าวทำธุรกิจบริการเพิ่ม 7 ประเภท พร้อมปรับเกณฑ์กิจการหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีผลตามกฎหมาย, ภายใต้เงื่อนไขตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- ราชกิจจานุเบกษาประกาศกฎกระทรวงใหม่ ยกเว้นให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจบริการ 7 ประเภทได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต
- ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นครอบคลุมด้านการเงินและหลักทรัพย์, โทรคมนาคม (ประเภทที่ 1 ที่ไม่มีโครงข่ายของตนเอง), ศูนย์บริหารเงิน และบริการขุดเจาะปิโตรเลียม
- รวมถึงบริการที่ให้แก่บริษัทในเครือหรือนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น การบริหารจัดการธุรการ ทรัพยากรบุคคล และการค้ำประกันหนี้
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 เพิ่มธุรกิจบริการที่คนต่างด้าวสามารถประกอบกิจการได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอีก 7 ประเภท พร้อมปรับหลักเกณฑ์ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
กฎกระทรวงดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง และบัญชีสาม (21) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเพิ่ม “การให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อหลักทรัพย์” และ “การซื้อหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายคืน” เข้าเป็นกิจการที่ไม่ต้องขออนุญาต
ขณะเดียวกัน ได้ปรับหลักเกณฑ์ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้ครอบคลุมการเป็นผู้ค้า ที่ปรึกษา และผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงธุรกรรมที่มีสินทรัพย์อ้างอิงหรือการชำระเงินเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สำหรับธุรกิจบริการที่ได้รับการยกเว้นเพิ่มเติม ประกอบด้วย ธุรกิจโทรคมนาคมตามใบอนุญาตแบบที่หนึ่ง ซึ่งไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน และบริการบริหารจัดการด้านธุรการ ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน
นิติบุคคลที่ถือว่ามีความสัมพันธ์กันครอบคลุมกรณีมีผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนร่วมกันเกินกว่ากึ่งหนึ่ง มีการถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันตั้งแต่ร้อยละ 25 ของทุน หรือมีกรรมการและหุ้นส่วนผู้มีอำนาจจัดการร่วมกันเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ตามรายละเอียดที่กฎกระทรวงกำหนด
การยกเว้นยังครอบคลุมบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท รวมถึงบริการค้ำประกันหนี้ภายในประเทศระหว่างนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน
อีกประเภทคือบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ซึ่งผู้รับจ้างทำสัญญาจ้างเหมาโดยตรงกับผู้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือผู้รับสัญญาจ้างบริการตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
กฎกระทรวงฉบับนี้ให้ไว้ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ลงนามโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์







