posttoday
อินเด็กซ์ เร่งขยายพอร์ตเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ส่งซีรีส์ “OTARU” เจาะตลาด Japandi

อินเด็กซ์ เร่งขยายพอร์ตเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ส่งซีรีส์ “OTARU” เจาะตลาด Japandi

27 สิงหาคม 2569

ตลาดแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นส่งสัญญาณโตต่อเนื่อง อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เร่งปั้นตลาด Japandi หลัง “AOMORI” ทำยอด 65 ล้าน ส่ง “OTARU” เจาะเทรนด์แต่งบ้าน ตั้งเป้า 40 ล้าน ใน 4 เดือน

บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) เดินเกมรุกครึ่งปีหลัง 2569 เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Japandi ซีรีส์ใหม่ ‘OTARU’ (โอตารุ) ย้ำกลยุทธ์ simple living ความเรียบง่าย ต่อยอดทิศทางการออกแบบที่ ILM วางรากฐานมาเกือบ 4 ปีภายใต้แนวคิด “A Warm Touch of Natural Wood” ที่โดดเด่นงานธรรมชาติโทนสี Oat Milk เส้นสายโค้งมนอันประณีต ยกทัพกว่า 30 รายการ (SKUs) ครอบคลุมทุกฟังก์ชันการใช้ชีวิต รับเทรนด์ตลาดสินค้าแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นเติบโตระยะยาว วางเป้าหมายยอดขาย 4 เดือน กวาด 40 ล้านบาท

 

อินเด็กซ์ เร่งขยายพอร์ตเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ส่งซีรีส์ “OTARU” เจาะตลาด Japandi

 

ตลาดแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นส่งสัญญาณโต

 

นางสาวพิชพิมพ์ ปัทมสัตยาสนธิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และการค้า บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ก้าวสู่ครึ่งปีหลัง 2569 ILM เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย พร้อมขยายพอร์ตโฟลิโอให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ 

 

โดย OTARU นับเป็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Japandi ซีรีส์ที่ 2 ในปีนี้หลังจากประสบความสำเร็จกับซีรีส์สไตล์ญี่ปุ่น ทั้ง WASABI, TAKAYAMA, AOMORI และ MIYAZAKI ซึ่งทุกซีรีส์ล้วนสอดรับกับทิศทางตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่องเนื่องจากที่อยู่อาศัยในไทยก็กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความเรียบง่ายที่เน้นฟังก์ชันและสุขภาวะ (Wellness-centric Living) 

 

อินเด็กซ์ เร่งขยายพอร์ตเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ส่งซีรีส์ “OTARU” เจาะตลาด Japandi

 

 

โดยมี "ดีไซน์สไตล์ญี่ปุ่น" เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ สะท้อนจากการที่นักพัฒนาญี่ปุ่นกับดีเวอลอปเปอรายใหญ่ของไทยจับมือร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันในโครงการลักชัวรีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ซึ่งจากรายงานของ C9 Hotelworks ปี 2026 ชี้ว่าไทยครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในเอเชียที่สัดส่วน 26% ของตลาดที่อยู่อาศัยแบรนด์เนม (Branded Residences) 

 

จากเทรนด์นี้ Index Living Mall จึงเปิดตัวคอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์สไตล์ญี่ปุ่นแนว Japandi ที่ถอดปรัชญา "บ้านคือพื้นที่พักใจ" เรียบง่าย อบอุ่น ใช้งานได้จริง เปลี่ยนทุกมุมของบ้านให้เป็น "ที่หลบภัย" จากความวุ่นวายของเมือง

 

“โดยตั้งใจถ่ายทอดดีไซน์ซีรีส์ OTARU ผ่านแรงบันดาลใจจากเมืองโอตารุ ประเทศญี่ปุ่น เมืองท่าริมทะเลที่เคยได้รับขนานนาม ‘วอลล์สตรีทแห่งภาคเหนือ’ ผสานความเงียบสงบเข้ากับความร่วมสมัย ความอบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวอีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือดี งานคราฟท์ เช่น เครื่องแก้วและกล่องดนตรี 

 

เอกลักษณ์นี้ถูกถ่ายทอดผ่านเฟอร์นิเจอร์อย่างปราณีต ภายใต้แนวคิด ‘A Warm Touch of Natural Wood’ ความอบอุ่นที่สัมผัสได้จริงผ่านงานไม้ธรรมชาติ สะท้อนอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่โหยหา Slow Living สอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทยปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากตลาดเชิงปริมาณสู่เชิงคุณค่า (Value-driven Living)

 

โดยบ้านเปลี่ยนบทบาทจาก ‘สัญลักษณ์สถานะ’ สู่พื้นที่เติมเต็มความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์และจิตใจ (Mental Well-being)” 

 

อินเด็กซ์ เร่งขยายพอร์ตเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ส่งซีรีส์ “OTARU” เจาะตลาด Japandi

 

 

จุดเด่นของซีรีส์อยู่ที่งานไม้ธรรมชาติคาแรกเตอร์ชัดเจน เส้นสายโค้งมนภายใต้แนวคิด BOLD–Gentle–Balance ที่ผสานความแข็งแรงของโครงสร้างไม้เข้ากับความอ่อนโยนของรูปทรง โดยเฉพาะรายละเอียดของขอบและมุมที่ลดความแหลมคม ช่วยให้ปลอดภัยต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และเพิ่มความอุ่นใจสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ 

 

ขณะที่โครงสร้างขาโต๊ะถูกออกแบบให้แข็งแรงและกระจายน้ำหนักอย่างสมดุล สะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญทั้ง ความสวยงาม ความปลอดภัย ในการใช้งานจริง ออกมาเป็นโพซิชันนิ่ง “Affordable Living for Everyday Life” การใช้ชีวิตดีๆ ที่เข้าถึงได้ในทุกวัน ครอบคลุมฟังก์ชันการใช้ชีวิต กว่า 30 รายการ (SKUs)

 

ทั้งห้องนอน (เตียงนอน 3 ขนาด เริ่มต้น 3.5 ฟุต, 5 ฟุต และ 6 ฟุต) ห้องนั่งเล่น, มุมรับประทานอาหาร, พื้นที่ทำงาน ชั้นวาง–ตู้เก็บของ และของตกแต่งบ้าน โดยครั้งนี้ยังได้ขยายกลุ่มเฟอร์นิเจอร์กึ่งเอาต์ดอร์ (Semi-Outdoor Collection) เป็นครั้งแรก เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ภายในบ้านกับธรรมชาติภายนอกอย่างไร้รอยต่อ   

 

เฟอร์นิเจอร์สไตล์ญี่ปุ่น คือการลงทุนระยะยาว 

 

นางสาวพิชพิมพ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดตัว OTARU เดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ที่ ILM วางรากฐานมาเกือบ 4 ปี (2566–2569) ในการสร้างเทรนด์ Japandi ผ่านซีรีส์ WASABI (วาซาบิ), TAKAYAMA (ทาคายามะ), AOMORI (อาโอโมริ) และล่าสุด MIYAZAKI (มิยาซากิ) โดยทั้ง 4 ซีรีส์ตอบโจทย์ความต้องการตลาดในแต่ละมิติของสไตล์ญี่ปุ่น 

 

ทั้งนี้ OTARU ต่อยอดความสำเร็จดีไซน์ที่คล้ายเคียงกันจากซีรีส์ AOMORI (20 SKU) ที่ทำยอดขายได้ราว 65 ล้านบาทในเวลาเพียง 5 เดือนของปี 2568 เป็นเครื่องยืนยันว่า กลยุทธ์นี้ไม่ใช่กระแสระยะสั้นแต่คือการลงทุนที่คุ้มค่า และเฟอร์นิเจอร์สไตล์ญี่ปุ่นเป็นทางเลือกการลงทุนระยะยาว เพราะใช้งานได้ยาวนาน ดีไซน์ไร้กาลเวลา ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุก Gen สอดคล้องกับกระแสและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ไม่มีทีท่าจางหาย เทรนด์นี้จึงไม่ได้จำกัดแค่บ้านแนวราบ แต่ยังรวมถึงคอนโดสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นสินทรัพย์มั่นคง 

 

โดยภายในปี 2569 อสังหาริมทรัพย์ที่มี DNA แบบญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีราคาขายต่อ และอัตราค่าเช่าสูงกว่าตลาดทั่วไป ซึ่งเฟอร์นิเจอร์สไตล์ญี่ปุ่นจะช่วยสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแรงและยั่งยืนให้กับ ILM

 

สำหรับซีรีส์ OTARU เราวางเป้าหมายสร้างรายได้ 40 ล้านบาทในช่วง 4 เดือนของปี 2569

 

ทั้งนี้ทิศทางตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นยังมีช่องว่างให้ ILM เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดตกแต่งภายในระดับหรู (Japan Luxury Interior Design) รวมทั้งออกแบบตกแต่งภายในสไตล์ญี่ปุ่น หรือกระทั่งตลาดเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่นที่เน้นประหยัดพื้นที่และมัลติฟังก์ชันก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ILM พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์ดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักบ้านสไตล์ญี่ปุ่นในทุกมิติ

ข่าวล่าสุด

CP Group จับมือ AWS เปิด Internal Kick Off ลุย AI มุ่งเชื่อมคน-เทคโนโลยี สู่การใช้งานจริง

CP Group จับมือ AWS เปิด Internal Kick Off ลุย AI มุ่งเชื่อมคน-เทคโนโลยี สู่การใช้งานจริง