posttoday
ธนารักษ์เปิดตัว Treasury Coin Market ประมูลครั้งแรก เหรียญ 10 บาทปี 33 ทะลุเป้า 2.54 ล้าน

ธนารักษ์เปิดตัว Treasury Coin Market ประมูลครั้งแรก เหรียญ 10 บาทปี 33 ทะลุเป้า 2.54 ล้าน

24 สิงหาคม 2569

“เอกนิติ” เปิดตลาดประมูลเหรียญออนไลน์ครั้งแรก ประมูลเหรียญ 10 บาทปี 2533 ได้ 2.54 ล้านบาท จากเป้า 2 ล้าน มีผู้เข้าประมูล 52 ครั้ง เดินหน้าสร้างมาตรฐานตลาดเหรียญไทย

KEY

POINTS

  • กรมธนารักษ์เปิดตัว “Treasury Coin Market” แพลตฟอร์มประมูลเหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรก
  • การประมูลครั้งแรกนำเหรียญ 10 บาท ปี 2533 มาเปิดประมูล ซึ่งสามารถทำราคาสูงถึง 2.54 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่คาดไว้
  • มีแผนจัดการประมูลเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างมาตรฐานให้ตลาดนักสะสมและยกระดับมูลค่าเหรียญไทยสู่ตลาดสากล

ธนารักษ์เปิดตัว Treasury Coin Market ประมูลครั้งแรก เหรียญ 10 บาทปี 33 ทะลุเป้า 2.54 ล้าน กรมธนารักษ์เปิดตัว “Treasury Coin Market” ตลาดประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรก พร้อมเปิดประมูลเหรียญหายากที่นักสะสมให้ความสนใจ โดยการประมูลครั้งแรกสามารถทำราคาได้ถึง 2,540,000 บาท สูงกว่าที่คาดไว้ประมาณ 2 ล้านบาท และมีการเสนอราคาทั้งหมด 52 ครั้ง สะท้อนความสนใจของตลาดนักสะสม และโอกาสในการยกระดับเหรียญกษาปณ์จากมูลค่าหน้าเหรียญไปสู่สินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

 

ธนารักษ์เปิดตัว Treasury Coin Market ประมูลครั้งแรก เหรียญ 10 บาทปี 33 ทะลุเป้า 2.54 ล้าน

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการการสิ้นสุดการประมูลว่า ประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Treasury Coin Market เป็นความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับธนาคารกรุงไทย เพื่อพัฒนาระบบประมูลเหรียญผ่านช่องทางดิจิทัล และยกระดับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญของกรมธนารักษ์ให้มีมาตรฐานมากขึ้น

 

สำหรับเหรียญที่นำมาประมูลครั้งแรกเป็นเหรียญ 10 บาท ปี 2533 ซึ่งถือเป็นเหรียญหายากที่นักสะสมทั่วโลกให้ความสนใจ แม้มูลค่าหน้าเหรียญอยู่ที่ 10 บาท แต่ด้วยความหายาก คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และลวดลายที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมไทย ทำให้สามารถสร้างมูลค่าในการประมูลได้ถึง 2.54 ล้านบาท 
 

“เหรียญ 10 บาทสามารถเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมของเราเป็นมูลค่าได้ การประมูลครั้งนี้ทำราคาได้ 2.54 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมูลค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน เป้าหมายต่อไปคือการพัฒนา Treasury Coin Market ให้เป็นตลาดที่นักสะสมและนักลงทุนต่างประเทศสามารถเข้ามาประมูลได้ และยกระดับเหรียญไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งส่วนต่างของมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจะเป็นรายได้เข้าสู่แผ่นดิน”

 

สิ่งสำคัญของตลาดนี้ไม่ได้อยู่เพียงการเปิดช่องทางประมูลออนไลน์ แต่ต้องการสร้างมาตรฐานให้ตลาดนักสะสมเหรียญไทย โดยกรมธนารักษ์ได้ร่วมมือกับสมาคมเหรียญกษาปณ์และกลุ่มนักสะสมในการออกแบบระบบ รวมถึงนำมาตรฐาน Coin Grading มาใช้ในการประเมินสภาพและคุณภาพของเหรียญ

 

ระบบ Coin Grading จะประเมินทั้งความหายาก สภาพความสมบูรณ์ และคุณภาพของเหรียญตามมาตรฐานสากล โดยเหรียญที่นำมาประมูลครั้งนี้ได้รับการจัดระดับ MS6 แม้ระดับสูงสุดของมาตรฐานจะอยู่ที่ MS70 แต่สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่มีการหมุนเวียน ระดับ MS6 ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อพิจารณาจากสภาพและความสมบูรณ์ของเหรียญ

 

มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และพัฒนา Treasury Coin Market ให้รองรับนักสะสมและนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเชื่อมโยงตลาดเหรียญไทยสู่ตลาดสากลในอนาคต

 

ในด้านความปลอดภัย ระบบประมูลใช้โครงสร้างของธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีระบบยืนยันตัวตนและมาตรฐานความปลอดภัยตามระบบธนาคาร เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมประมูล โดยมองว่าการมีระบบที่สามารถตรวจสอบตัวตนและธุรกรรมได้จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาด

 

สำหรับแผนการเปิดประมูล กรมธนารักษ์มีแผนเปิดประมูลเป็นประจำ ทุกวันที่ 17 ของเดือน โดยจะเริ่มจากเหรียญที่กรมธนารักษ์มีอยู่และเป็นที่สนใจของตลาด เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้ตลาดประมูลเหรียญ

 

โดยเหรียญที่จะนำมาประมูลในรอบต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นเหรียญทองคำของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ในชุด “สุขภาพดีถ้วนหน้า” มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตจำนวน 604 เหรียญ ปัจจุบันกรมธนารักษ์เหลือประมาณ 14 เหรียญ

 

นอกจากนี้ ยังมีแผนนำเหรียญทองคำที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ซึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซ มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตประมาณ 600 เหรียญ และปัจจุบันเหลืออยู่กับกรมธนารักษ์ประมาณ 11 เหรียญ มาพิจารณาเปิดประมูลต่อไป รวมถึงมีแผนจะนำเหรียญสำคัญอื่นๆ เช่น เหรียญครบรอบราชสมภพ รัชกาลที่ 7 เข้าสู่ตลาดตามความสนใจของนักสะสม

 

ขณะที่ การคัดเลือกเหรียญที่จะนำมาประมูลจะพิจารณาจาก ปริมาณการผลิต ความต้องการของตลาด และความสนใจของนักสะสม โดยกรมธนารักษ์จะหารือกับสมาคมเหรียญและผู้ที่อยู่ในตลาด เพื่อคัดเลือกเหรียญที่เป็นที่ต้องการมาเปิดประมูลเป็นประจำทุกเดือน เช่น เหรียญ 10 บาทปี 2533 ที่นำมาประมูลครั้งนี้ เป็นเหรียญหายากและเป็นที่สนใจของนักสะสมอยู่แล้ว จึงนำมาเปิดประมูลผ่าน Treasury Coin Market เพื่อให้กลไกตลาดเป็นผู้กำหนดมูลค่าเหรียญ

 

สำหรับรายได้ ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายรายได้จากการประมูลในปีแรก เนื่องจากต้องรอดูการตอบรับของตลาด แต่ที่ผ่านมา รายได้จากการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่นำส่งเข้ารัฐอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท หากตลาด Treasury Coin Market ได้รับความสนใจและพัฒนาไปสู่ตลาดสากล เชื่อว่าจะสามารถสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้ประเทศได้

 

นอกจากนี้ การพัฒนาตลาดเหรียญยังช่วยสร้างงานใหม่ โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้าน Coin Grading หรือการตรวจสอบสภาพเหรียญตามมาตรฐานสากล ช่วยพัฒนาทักษะคนไทยและต่อยอดตลาดเหรียญให้เติบโต

 

พร้อมกันนี้ ต้องการผลักดัน Treasury Coin Market ให้เป็นตลาดที่นักสะสมต่างชาติและประชาชนทั่วไปเข้ามาซื้อขายหรือประมูลเหรียญได้ โดยให้กรมธนารักษ์และธนาคารกรุงไทยศึกษาเหรียญที่ตลาดโลกต้องการมาเปิดประมูลในไทย และพัฒนาสู่ “Coin Market” ที่มีมาตรฐาน ราคาอ้างอิง และระบบซื้อขายที่ปลอดภัย


สำหรับผู้ชนะการประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 ในครั้งนี้ ได้แก่ นายณัฐกร อัครมณี นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญกษาปณ์และเงินโบราณ โดยมีประสบการณ์ในแวดวงเหรียญสะสม และเคยร่วมบรรยายในงานนิทรรศการและกิจกรรมเกี่ยวกับเหรียญ รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งประธานบริหารตลาดเดอะคอย
 

ข่าวล่าสุด

ส่อง 11 หุ้นไทย รับอานิสงส์จีนอัดฉีด 2 ล้านล้านหยวนกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่อง 11 หุ้นไทย รับอานิสงส์จีนอัดฉีด 2 ล้านล้านหยวนกระตุ้นเศรษฐกิจ