
ธนารักษ์เปิดตัว Treasury Coin Market ประมูลครั้งแรก เหรียญ 10 บาทปี 33 ทะลุเป้า 2.54 ล้าน
“เอกนิติ” เปิดตลาดประมูลเหรียญออนไลน์ครั้งแรก ประมูลเหรียญ 10 บาทปี 2533 ได้ 2.54 ล้านบาท จากเป้า 2 ล้าน มีผู้เข้าประมูล 52 ครั้ง เดินหน้าสร้างมาตรฐานตลาดเหรียญไทย
KEY
POINTS
- กรมธนารักษ์เปิดตัว “Treasury Coin Market” แพลตฟอร์มประมูลเหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรก
- การประมูลครั้งแรกนำเหรียญ 10 บาท ปี 2533 มาเปิดประมูล ซึ่งสามารถทำราคาสูงถึง 2.54 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่คาดไว้
- มีแผนจัดการประมูลเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างมาตรฐานให้ตลาดนักสะสมและยกระดับมูลค่าเหรียญไทยสู่ตลาดสากล
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการการสิ้นสุดการประมูลว่า ประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Treasury Coin Market เป็นความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับธนาคารกรุงไทย เพื่อพัฒนาระบบประมูลเหรียญผ่านช่องทางดิจิทัล และยกระดับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญของกรมธนารักษ์ให้มีมาตรฐานมากขึ้น
สำหรับเหรียญที่นำมาประมูลครั้งแรกเป็นเหรียญ 10 บาท ปี 2533 ซึ่งถือเป็นเหรียญหายากที่นักสะสมทั่วโลกให้ความสนใจ แม้มูลค่าหน้าเหรียญอยู่ที่ 10 บาท แต่ด้วยความหายาก คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และลวดลายที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมไทย ทำให้สามารถสร้างมูลค่าในการประมูลได้ถึง 2.54 ล้านบาท
“เหรียญ 10 บาทสามารถเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมของเราเป็นมูลค่าได้ การประมูลครั้งนี้ทำราคาได้ 2.54 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมูลค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน เป้าหมายต่อไปคือการพัฒนา Treasury Coin Market ให้เป็นตลาดที่นักสะสมและนักลงทุนต่างประเทศสามารถเข้ามาประมูลได้ และยกระดับเหรียญไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งส่วนต่างของมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจะเป็นรายได้เข้าสู่แผ่นดิน”
สิ่งสำคัญของตลาดนี้ไม่ได้อยู่เพียงการเปิดช่องทางประมูลออนไลน์ แต่ต้องการสร้างมาตรฐานให้ตลาดนักสะสมเหรียญไทย โดยกรมธนารักษ์ได้ร่วมมือกับสมาคมเหรียญกษาปณ์และกลุ่มนักสะสมในการออกแบบระบบ รวมถึงนำมาตรฐาน Coin Grading มาใช้ในการประเมินสภาพและคุณภาพของเหรียญ
ระบบ Coin Grading จะประเมินทั้งความหายาก สภาพความสมบูรณ์ และคุณภาพของเหรียญตามมาตรฐานสากล โดยเหรียญที่นำมาประมูลครั้งนี้ได้รับการจัดระดับ MS6 แม้ระดับสูงสุดของมาตรฐานจะอยู่ที่ MS70 แต่สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่มีการหมุนเวียน ระดับ MS6 ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อพิจารณาจากสภาพและความสมบูรณ์ของเหรียญ
มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และพัฒนา Treasury Coin Market ให้รองรับนักสะสมและนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเชื่อมโยงตลาดเหรียญไทยสู่ตลาดสากลในอนาคต
ในด้านความปลอดภัย ระบบประมูลใช้โครงสร้างของธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีระบบยืนยันตัวตนและมาตรฐานความปลอดภัยตามระบบธนาคาร เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมประมูล โดยมองว่าการมีระบบที่สามารถตรวจสอบตัวตนและธุรกรรมได้จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาด
สำหรับแผนการเปิดประมูล กรมธนารักษ์มีแผนเปิดประมูลเป็นประจำ ทุกวันที่ 17 ของเดือน โดยจะเริ่มจากเหรียญที่กรมธนารักษ์มีอยู่และเป็นที่สนใจของตลาด เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้ตลาดประมูลเหรียญ
โดยเหรียญที่จะนำมาประมูลในรอบต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นเหรียญทองคำของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ในชุด “สุขภาพดีถ้วนหน้า” มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตจำนวน 604 เหรียญ ปัจจุบันกรมธนารักษ์เหลือประมาณ 14 เหรียญ
นอกจากนี้ ยังมีแผนนำเหรียญทองคำที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ซึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซ มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตประมาณ 600 เหรียญ และปัจจุบันเหลืออยู่กับกรมธนารักษ์ประมาณ 11 เหรียญ มาพิจารณาเปิดประมูลต่อไป รวมถึงมีแผนจะนำเหรียญสำคัญอื่นๆ เช่น เหรียญครบรอบราชสมภพ รัชกาลที่ 7 เข้าสู่ตลาดตามความสนใจของนักสะสม
ขณะที่ การคัดเลือกเหรียญที่จะนำมาประมูลจะพิจารณาจาก ปริมาณการผลิต ความต้องการของตลาด และความสนใจของนักสะสม โดยกรมธนารักษ์จะหารือกับสมาคมเหรียญและผู้ที่อยู่ในตลาด เพื่อคัดเลือกเหรียญที่เป็นที่ต้องการมาเปิดประมูลเป็นประจำทุกเดือน เช่น เหรียญ 10 บาทปี 2533 ที่นำมาประมูลครั้งนี้ เป็นเหรียญหายากและเป็นที่สนใจของนักสะสมอยู่แล้ว จึงนำมาเปิดประมูลผ่าน Treasury Coin Market เพื่อให้กลไกตลาดเป็นผู้กำหนดมูลค่าเหรียญ
สำหรับรายได้ ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายรายได้จากการประมูลในปีแรก เนื่องจากต้องรอดูการตอบรับของตลาด แต่ที่ผ่านมา รายได้จากการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่นำส่งเข้ารัฐอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท หากตลาด Treasury Coin Market ได้รับความสนใจและพัฒนาไปสู่ตลาดสากล เชื่อว่าจะสามารถสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้ประเทศได้
นอกจากนี้ การพัฒนาตลาดเหรียญยังช่วยสร้างงานใหม่ โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้าน Coin Grading หรือการตรวจสอบสภาพเหรียญตามมาตรฐานสากล ช่วยพัฒนาทักษะคนไทยและต่อยอดตลาดเหรียญให้เติบโต
พร้อมกันนี้ ต้องการผลักดัน Treasury Coin Market ให้เป็นตลาดที่นักสะสมต่างชาติและประชาชนทั่วไปเข้ามาซื้อขายหรือประมูลเหรียญได้ โดยให้กรมธนารักษ์และธนาคารกรุงไทยศึกษาเหรียญที่ตลาดโลกต้องการมาเปิดประมูลในไทย และพัฒนาสู่ “Coin Market” ที่มีมาตรฐาน ราคาอ้างอิง และระบบซื้อขายที่ปลอดภัย
สำหรับผู้ชนะการประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 ในครั้งนี้ ได้แก่ นายณัฐกร อัครมณี นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญกษาปณ์และเงินโบราณ โดยมีประสบการณ์ในแวดวงเหรียญสะสม และเคยร่วมบรรยายในงานนิทรรศการและกิจกรรมเกี่ยวกับเหรียญ รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งประธานบริหารตลาดเดอะคอย







