
'ไชยชนก' รื้อ ร่าง พ.ร.บ.เกม – ปรับนิยามใหม่ ครอบคลุมทุกธุรกิจ
'ไชยชนก' ไม่เอา พ.ร.บ.เกมสูตรเดิม มองคุมหนัก-เบาส่งเสริม ตั้งทีมเขียนกติกาใหม่ ขยายนิยามถึง การ์ดสะสม-ลิขสิทธิ์ ตั้งเป้าเห็นเป็นรูปธรรมปีนี้
หนึ่งในร่างกฎหมายที่สำคัญที่อยู่ภายใต้การขับเคลื่อนของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม พ.ศ. ...ซึ่งก่อนหน้าที่นายไชยชนก เข้ามารับตำแหน่งนั้น
ร่าง พ.ร.บ.เกม ถูกผลักดันมาตั้งแต่สมัยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยกระทรวงดีอีมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เป็นเจ้าภาพจัดทำร่างตั้งแต่เดือน ต.ค.2567
ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค.2568 ซึ่งขณะนั้นตั้งเป้าเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน เม.ย. และให้กฎหมายมีผลใช้ช่วงปลายปี 2568
ต่อมาในเดือน มี.ค.2568 ร่างกฎหมายถูกบรรจุในกลุ่มกฎหมาย Fast-track เพื่อเร่งเสนอ ครม. แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ และถูกนำกลับมาทบทวนเนื้อหาอีกครั้งในสมัยนายไชยชนก หลังเห็นว่าร่างเดิมให้น้ำหนักด้านการกำกับดูแลมากกว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรม
นายไชยชนก เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้ตั้งทีมขึ้นมาทบทวนและปรับรายละเอียดของกฎหมาย หลังเห็นว่าร่างเดิมให้น้ำหนักกับการกำกับดูแลและควบคุมมากกว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรม เนื่องจากรายละเอียดบางส่วนยังไม่ครอบคลุมรูปแบบธุรกิจเกมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน
นายไชยชนก ยืนยันว่า ต้องการผลักดัน พ.ร.บ.เกม ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าร่างที่ปรับใหม่จะแล้วเสร็จเมื่อใด โดยยอมรับว่ายังไม่ได้ติดตามความคืบหน้าจากทีมงานหลังมอบนโยบายไป และจะกลับไปตรวจสอบสถานะของงานอีกครั้ง
สำหรับสาระที่ต้องการปรับ นายไชยชนก เห็นว่า ร่างเดิมยังขาดรายละเอียดในหลายจุด โดยเฉพาะนิยามของคำว่าเกม ว่าจะครอบคลุมเพียงวิดีโอเกม หรือรวมถึงบอร์ดเกม Trading Card และกิจกรรมอื่นที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกมด้วย เพื่อให้กฎหมายรองรับรูปแบบธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง และสร้างกติกาที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการไทย
อีกประเด็นคือการเพิ่มมิติด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เข้าไปในกฎหมาย โดยมองว่า หากไทยต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมอย่างจริงจัง จำเป็นต้องสร้างและต่อยอด IP ของไทยให้แข็งแรง
ทั้งจากวัฒนธรรม คอนเทนต์ และอัตลักษณ์ของประเทศ เช่นเดียวกับญี่ปุ่นและจีนที่สามารถนำการ์ตูนและคาแรกเตอร์มาต่อยอดสู่เกมและสร้างฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก
หากต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมอย่างจริงจัง กฎหมายควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาและต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของไทย เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับอุตสาหกรรมเกมในประเทศ และเพิ่มโอกาสนำ IP ไทยไปพัฒนาเป็นคอนเทนต์หรือผลิตภัณฑ์อื่น
นายไชยชนก กล่าวว่า แนวทางของกฎหมายใหม่ต้องวางการกำกับดูแลและการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เดินไปด้วยกัน โดยมองว่าไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพทั้งโปรแกรมเมอร์ เกมเมอร์ และผู้พัฒนาเกม
แต่ปัจจุบันยังพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่คนเก่งจำนวนหนึ่งเลือกไปทำงานต่างประเทศ เพราะสภาพแวดล้อมในประเทศยังไม่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมมากพอ
ส่วนข้อสงสัยว่าความล่าช้าของร่าง พ.ร.บ.เกม เกี่ยวข้องกับการที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ยังไม่มีผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่หรือไม่ นายไชยชนกยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง และเป็นผลจากการนำร่างกฎหมายกลับมาทบทวนและปรับเนื้อหาเท่านั้น ขณะที่กระบวนการสรรหายังอยู่ระหว่างดำเนินการ







