posttoday
เหล็ก IF เปิดข้อเท็จจริง ปมมาตรฐาน-ตึก สตง. หวั่นกติกากีดกันการแข่งขัน

เหล็ก IF เปิดข้อเท็จจริง ปมมาตรฐาน-ตึก สตง. หวั่นกติกากีดกันการแข่งขัน

15 สิงหาคม 2569

ผู้ประกอบการเตา IF โต้กระแสโจมตี ชี้ผลิตเหล็กตาม มอก. พร้อมตั้งคำถามแก้มาตรฐานใหม่จำกัดกระบวนการผลิต อาจกระทบการแข่งขันและต้นทุนก่อสร้าง

KEY

POINTS

  • สมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า ชี้เหล็กจากเตา IF สามารถผลิตให้ผ่าน มอก.24-2559 ได้ หากควบคุมกระบวนการตามข้อกำหนด
  • ฝั่ง IF โต้การเชื่อมโยงเหล็ก IF กับเหตุอาคาร สตง.ถล่ม โดยผลสอบภาครัฐระบุประเด็นสำคัญอยู่ที่แรงเฉือน คอนกรีต การออกแบบ และรายละเอียดการก่อสร้าง
  • ผู้ประกอบการกังวลร่างมาตรฐานใหม่ที่กำหนดกระบวนการผลิต อาจลดทางเลือกในตลาดและเพิ่มต้นทุนวัสดุก่อสร้าง

 

กระแสถกเถียงเรื่อง “เหล็กเตา IF” หรือเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า กลับมาเป็นประเด็นร้อนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง หลังมีความพยายามเชื่อมโยงคุณภาพเหล็กจากกระบวนการดังกล่าวเข้ากับความปลอดภัยของโครงสร้าง รวมถึงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

 

อมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้การค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) เปิดมุมมองอีกด้าน โดยตั้งคำถามว่า หากผู้ประกอบการสามารถผลิตเหล็กตามกฎหมายและผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เหตุใดเทคโนโลยี IF จึงถูกตั้งคำถามอย่างหนัก

 

พร้อมเสนอว่าการกำหนดกติกาใหม่ควรพิจารณาจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ปลายทาง มากกว่าการจำกัดเฉพาะกระบวนการผลิต

 

อมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้การค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF)

 

 

ปมตึก สตง. ต้องแยก “วัสดุ” กับ “วิธีก่อสร้าง”

 

หนึ่งในประเด็นที่สมาคมฯ ต้องการให้สังคมแยกออกจากกัน คือกรณีอาคาร สตง.ถล่ม ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณภาพเหล็กที่ใช้ในโครงการ

 

ผลการตรวจสอบที่รัฐบาลเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ระบุว่า การพังถล่มเริ่มต้นบริเวณชั้น 1-4 จากแรงเฉือนที่กระทำต่อผนังรับแรงเฉือน ขณะที่การตรวจสอบยังพบว่าคอนกรีตจากผนังรับแรงเฉือนมีค่าความแข็งแรงต่ำกว่าเกณฑ์

 

รวมถึงรายละเอียดแบบก่อสร้างไม่สอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ และระยะฝังเหล็กเสริมบริเวณจุดต่อระหว่าง Link Beam กับผนังรับแรงเฉือนสั้นกว่าที่กฎหมายกำหนด (Thai PBS)

 

ดังนั้น การนำผลสอบดังกล่าวไปสรุปว่า “เหล็ก IF” เป็นสาเหตุโดยตรงของการถล่ม จึงควรแยกประเด็นระหว่างคุณภาพของวัสดุกับข้อบกพร่องด้านการออกแบบและการก่อสร้าง

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย โดยผลตรวจสอบที่เผยแพร่ต่อสาธารณะไม่ได้หมายความว่าประเด็นความรับผิดทั้งหมดได้ข้อยุติแล้ว

 

มอก.24-2559 ไม่ได้ระบุชื่อเตา IF เป็นมาตรฐานสินค้า

 

สำหรับมาตรฐานเหล็กข้ออ้อย มอก.24-2559 ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นมาตรฐานบังคับ ครอบคลุมเรื่องชั้นคุณภาพ ขนาด มวล ความคลาดเคลื่อน ส่วนประกอบทางเคมี คุณลักษณะที่ต้องการ ตลอดจนการชักตัวอย่างและการทดสอบ (ทีซีจี)

 

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตีความว่า การกำหนดมาตรฐานควรให้ความสำคัญกับ “กระบวนการผลิต” หรือ “คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ปลายทาง”

 

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมเหล็กระบุว่า ในการแก้ไขมาตรฐานล่าสุด มีข้อเสนอให้ มอก.24 เหล็กข้ออ้อย กำหนดกระบวนการผลิตด้วย Basic Oxygen (BO) และ Electric Arc Furnace (EF)

 

ขณะที่มีการยกระดับข้อกำหนดด้านสมบัติทางกลและส่วนประกอบทางเคมี เพื่อรองรับงานก่อสร้างสมัยใหม่และแรงกระทำซ้ำจากแผ่นดินไหว (ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเหล็กไทย)

 

ประเด็นดังกล่าวเป็นจุดที่ผู้ประกอบการ IF แสดงความกังวล เพราะมองว่าหากมาตรฐานกำหนดประเภทกระบวนการผลิตโดยตรง อาจทำให้ผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยี IF ซึ่งสามารถผลิตสินค้าให้ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ถูกจำกัดความสามารถในการแข่งขัน

 

อมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้การค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF)

ผู้ประกอบการชี้ IF ต้องควบคุมกระบวนการ ไม่ใช่เหมารวมคุณภาพ

 

อมรระบุว่า เตา IF ไม่ได้หมายความว่าเหล็กทุกชนิดที่ผลิตออกมาจะมีคุณภาพเท่ากัน แต่คุณภาพขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ระบบคัดแยกเศษเหล็ก กระบวนการหลอม การควบคุมส่วนประกอบทางเคมี และกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็ก

 

จุดยืนของผู้ประกอบการจึงไม่ได้อยู่ที่การขอผ่อนคลายมาตรฐาน แต่ต้องการให้โรงงานที่ผ่านข้อกำหนดสามารถแข่งขันได้ภายใต้เกณฑ์เดียวกัน โดยให้ผลการทดสอบผลิตภัณฑ์เป็นตัวชี้วัดสำคัญ

 

สำหรับ มอก.24-2559 สมอ.ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นมาตรฐานบังคับและมีข้อกำหนดทั้งด้านส่วนประกอบทางเคมี คุณลักษณะ และการทดสอบ

 

ดังนั้น การพิจารณาคุณภาพเหล็กจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงชื่อของเทคโนโลยีที่ใช้หลอม แต่ต้องพิจารณาว่าสินค้าที่ออกจากโรงงานผ่านข้อกำหนดที่บังคับใช้หรือไม่ (ทีซีจี)

 


ปมจีน “แบน IF” ต้องดูบริบทลดกำลังผลิต

 

อีกประเด็นที่ถูกนำมาอ้างในการถกเถียงเรื่อง IF คือกรณีจีน ซึ่งมีการกล่าวถึงนโยบายปรับลดกำลังการผลิตเหล็กและการกวาดล้างโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน

 

ข้อมูลด้านอุตสาหกรรมเหล็กระบุว่า จีนมีเป้าหมายลดกำลังการผลิตเหล็กส่วนเกิน 100-150 ล้านตันภายในช่วงแผนพัฒนา 5 ปี ขณะเดียวกันมีการกวาดล้างการผลิตเหล็กผิดกฎหมายหรือไม่ได้มาตรฐานที่รู้จักกันในชื่อ “Ditiaogang” ซึ่งรวมถึงการผลิตเหล็กจากเตาเหนี่ยวนำที่ไม่มีระบบควบคุมคุณภาพเพียงพอ (J-STAGE)

 

ประเด็นนี้จึงควรแยกให้ออกระหว่าง “การปราบโรงงานผิดกฎหมายและการลดกำลังผลิตส่วนเกิน” กับการตีความว่า “จีนห้ามใช้เทคโนโลยี IF ทั้งหมด” ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

 

เหล็ก IF เปิดข้อเท็จจริง ปมมาตรฐาน-ตึก สตง. หวั่นกติกากีดกันการแข่งขัน

 

กติกาใหม่ จุดเปลี่ยนการแข่งขันอุตสาหกรรมเหล็ก

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคโนโลยีเตาหลอม แต่กำลังกลายเป็นโจทย์ด้านโครงสร้างการแข่งขันของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

 

ฝั่งอุตสาหกรรมเหล็กสนับสนุนการปรับปรุงมาตรฐาน โดยให้เหตุผลว่ามาตรฐานเหล็กเส้นของไทยควรสอดคล้องกับพัฒนาการด้านการก่อสร้างและมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหว

 

ขณะที่ผู้ประกอบการ IF มองว่าการยกระดับมาตรฐานสามารถทำได้ แต่ไม่ควรนำมาตรฐานมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดเทคโนโลยีที่สามารถผลิตสินค้าให้ผ่านเกณฑ์ได้ (ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเหล็กไทย)

 

สำหรับผู้บริโภคและภาคก่อสร้าง ผลลัพธ์จากการกำหนดมาตรฐานจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องโรงงานใดจะสามารถผลิตเหล็กได้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้าง การแข่งขันด้านราคา และต้นทุนโครงการภาครัฐในระยะยาว

 

อมรจึงเสนอว่า การกำหนดกติกาควรเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างสมดุล และใช้หลักวิศวกรรมเป็นฐานในการตัดสิน โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณสมบัติของเหล็กที่ผลิตออกมาจริง

 

“สิ่งที่สมาคมต้องการคือ สินค้าที่ทำถูกต้องตามกฎหมายและผ่านมาตรฐาน ได้แข่งขันอย่างเป็นธรรม และควรวัดกันที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ปลายทาง มากกว่าการกำหนดกติกาที่ตัดเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งออกจากตลาด”

 

ท้ายที่สุด การถกเถียงเรื่องเหล็ก IF จึงไม่ควรจบลงด้วยคำถามว่า “เตาไหนดีกว่าเตาไหน” แต่ควรตอบให้ได้ว่า มาตรฐานเหล็กไทยจะออกแบบอย่างไรให้ ปลอดภัย ตรวจสอบได้ แข่งขันเป็นธรรม และไม่ผลักต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังประชาชนและโครงการก่อสร้างของประเทศ

 

แหล่งข้อมูล: สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), กระทรวงอุตสาหกรรม, กรมโยธาธิการและผังเมือง/ผลการตรวจสอบอาคาร สตง., Iron & Steel Intelligence Unit (สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย) และข้อมูลจากการให้สัมภาษณ์ อมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้การค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) (ทีซีจี)

 

ข่าวล่าสุด

The Great Transshipment Scam: พายุการค้ารอบใหม่ที่ไทยต้องเผชิญ

The Great Transshipment Scam: พายุการค้ารอบใหม่ที่ไทยต้องเผชิญ