
“สรรเพชญ”ชี้ ครม.สัญจรสงขลาต้องได้มากกว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า! สร้างโอกาสหาดใหญ่-ชายแดนใต้
รัฐบาลวางโจทย์ ครม.สัญจรสงขลาต้องได้มากกว่าการฟื้นฟูน้ำท่วม หลังอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท 67 โครงการใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ เดินหน้าสู่แผนยกระดับหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบทั้งระบบ ตั้งแต่บริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม การค้า การลงทุน และท่องเที่ยว หวังเปลี่ยนบทเรียนวิกฤตเป็นโอกาสสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของภาคใต้
KEY
POINTS
- รัฐบาลวางโจทย์ ครม.สัญจรสงขลาต้องได้มากกว่าการฟื้นฟูน้ำท่วม หลังอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท 67 โครงการใน 5 จังหวัดชายแดนใต้
- เดินหน้าสู่แผนยกระดับหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบทั้งระบบ ตั้งแต่บริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม การค้าลงทุนและท่องเที่ยว
- หวังเปลี่ยนบทเรียนวิกฤตเป็นโอกาสสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของภาคใต้
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้ลงมามองทั้ง “ปัญหาวันนี้” และ “อนาคตของพื้นที่” ไปพร้อมกัน
โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งปัญหาที่ต้องเร่งแก้และศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมากที่ต้องได้รับการผลักดัน
หากมองเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูจากอุทกภัย รัฐบาลไม่ได้รอการประชุม ครม.สัญจรจึงค่อยดำเนินการ เพราะคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางวงเงินกว่า 843 ล้านบาท ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยกรมชลประทาน ดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวม 67 โครงการ ครอบคลุมจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสแล้ว รวมถึงโครงการสำคัญในจังหวัดสงขลา เช่น การซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1
ขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางแล้ว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สำนักงบประมาณ ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม และได้ดำเนินการโอนงบประมาณไปยังหน่วยรับงบประมาณ กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละพื้นที่
“นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเรื่องไหนเร่งด่วน รัฐบาลเดินหน้าไม่ต้องรอ ครม.สัญจร แต่ประโยชน์ของ ครม.สัญจรมีมากกว่านั้น เพราะคณะรัฐมนตรีอยู่ในพื้นที่ สามารถยกปัญหาและโอกาสที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากหลายกระทรวงขึ้นมาพิจารณาพร้อมกันได้”
สำหรับหาดใหญ่ บทเรียนจากอุทกภัยต้องนำไปสู่การวางระบบที่ทำให้เมืองมีความพร้อมและแข็งแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงซ่อมสิ่งที่เสียหายให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ต้องมองต่อถึงระบบบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน
การคมนาคม การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว เพื่อให้หาดใหญ่สามารถกลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ที่มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
“หาดใหญ่ต้องการทั้งการแก้ปัญหาที่ค้างอยู่และโอกาสใหม่ งบฟื้นฟู ระบบป้องกันน้ำท่วมก็ต้องเร่งทำ แต่อีก 5 ปี 10 ปี หาดใหญ่จะเป็นเมืองแบบไหน จะดึงนักลงทุนอย่างไร และจะสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชนอย่างไร เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่การประชุม ครม.สัญจรสามารถผลักดันได้”
การประชุมครั้งนี้ยังไม่ควรถูกจำกัดภาพอยู่เพียงหาดใหญ่หรือจังหวัดสงขลา เพราะรัฐบาลกำลังมองการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสในภาพรวม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม การคมนาคม และการค้าชายแดน
การอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท จำนวน 67 โครงการใน 5 จังหวัด จึงสะท้อนให้เห็นอยู่แล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาแบบแยกจังหวัด แต่กำลังแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ ขณะที่การประชุม ครม.สัญจรจะเป็นอีกขั้นหนึ่งในการนำโจทย์การพัฒนาระยะต่อไปขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ ไปจนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
“พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูงมาก แต่เราต้องยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน เราจึงไม่ควรพอใจกับการทำให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม แต่ต้องใช้โอกาสที่รัฐบาลลงมาครั้งนี้ทำให้พื้นที่เดินไปได้ไกลกว่าเดิม”
การแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ ครม จะมาพัฒนาพื้นที่ก็ควรถูกพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นประเด็นทางการเมือง
“ถ้าการที่คณะรัฐมนตรีลงมาแล้วทำให้โครงการที่ติดอยู่เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทำให้เรื่องที่ต้องประสานหลายกระทรวงสามารถตัดสินใจได้ในโต๊ะเดียว หรือทำให้เกิดการลงทุนและโอกาสใหม่ในพื้นที่ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนควรได้รับ เราไม่ควรรีบลดคุณค่าของโอกาสเหล่านี้เพียงเพราะมองทุกเรื่องผ่านมิติทางการเมือง”
นายสรรเพชญ ย้ำว่า สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือทำให้การประชุม ครม.สัญจรเกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ โดยเรื่องเร่งด่วนที่ได้รับอนุมัติแล้วต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง
ขณะที่ข้อเสนอใหม่ของจังหวัดและภาคเอกชนต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้เป็นทั้งการแก้ปัญหาปัจจุบันและการวางรากฐานอนาคตของหาดใหญ่ สงขลา และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน.







