
SpaceX เปิดงบการเงินครั้งแรกหลัง IPO รายได้พุ่งกระฉูด ธุรกิจดาวเทียม-AI โตสนั่น
อัปเดตงบการเงิน SpaceX ไตรมาสแรกหลัง IPO กวาดรายได้ 7.8 พันล้านดอลลาร์ ดันจากยอด Starlink และ AI อีลอน มัสก์ มั่นใจสิ้นปีรายได้แตะแสนล้านเหรียญ
SpaceX เปิดเผยผลประกอบการครั้งแรกหลังเสนอขายหุ้นไอพีโอ (IPO) กวาดรายได้ทะยานเกือบเท่าตัว ปัจจัยบวกหลักมาจากความสำเร็จของอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink และธุรกิจ AI
ด้านอีลอน มัสก์ ซีอีโอ ประกาศเป้าหมายใหญ่ดันรายได้รวมแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเตรียมรุกตลาดเครือข่ายมือถือท้าชนค่ายยักษ์ใหญ่ แม้บริษัทยังต้องแบกรับต้นทุนการลงทุนมหาศาลก็ตาม
Starlink และ AI ปัจจัยดันรายได้พุ่งทะลุเป้า
ข้อมูลจาก LSEG ชี้ว่า ช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน (ไตรมาสแรกหลัง IPO) SpaceX ทำรายได้สูงถึง 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งขึ้นจาก 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้
- Starlink: ครองสัดส่วนรายได้เกินครึ่งหนึ่งของบริษัท เติบโตขึ้น 66%
- ธุรกิจ AI: ขุมพลังใหม่ที่อีลอน มัสก์ วางตัวเป็นกลไกขับเคลื่อนอนาคต สร้างรายได้พุ่งกระฉูดกว่า 250%
ตัวเลขการเติบโตในครั้งนี้ ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานรวมลดลงเหลือเพียง 143 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่เคยขาดทุน 970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานของ Starlink เติบโตสูงถึง 79%
"เราเชื่อว่าเรากำลังสร้างขีดความสามารถในการประมวลผล AI ในระดับสเกลที่เร็วกว่าใคร และเรากำลังพัฒนาโมเดล AI ของเราให้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด" – อีลอน มัสก์ ซีอีโอ SpaceX
ทุ่มงบลงทุน AI มหาศาล หวังคืนทุนใน 1 ปี
แม้ธุรกิจ AI จะเริ่มทำเงินได้จริง แต่ผู้บริหารยอมรับว่าบริษัทต้องใช้ต้นทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (Capital Expenditure) พุ่งแตะ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจาก 2.83 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน
โดยเม็ดเงินกว่า 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกอัดฉีดเข้าสู่ธุรกิจ AI ในไตรมาสที่สองเพียงไตรมาสเดียว
เบรต จอห์นเซน ผู้บริหารฝ่ายการเงิน ระบุว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกหลายไตรมาส อย่างไรก็ดี อีลอน มัสก์ มั่นใจว่าการลงทุนก้อนใหม่นี้จะคืนทุนได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
แผนขยาย Starlink ท้าชนค่ายมือถือยักษ์ใหญ่
ปัจจุบัน Starlink มีผู้สมัครใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านรายในช่วงสิ้นไตรมาส กวินน์ ช็อตเวลล์ ประธานบริษัท SpaceX ประกาศชัดเจนว่า บริษัทตั้งเป้าดึงลูกค้าจากเครือข่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง T-Mobile, AT&T และ Verizon
บริษัทยังเตรียมสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดิน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายดาวเทียมก้าวสู่การเป็น "เครือข่ายมือถืออย่างเต็มรูปแบบ" ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทโทรคมนาคมคู่แข่งปรับตัวลดลงทันที
หุ้น SpaceX และอนาคตธุรกิจอวกาศ
แม้ผลประกอบการจะโดดเด่น แต่มูลค่ากิจการที่พุ่งสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่า SpaceX ต้องเจอกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยราคาหุ้น SpaceX ร่วงลง 7.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ และลดลงมาแล้ว 8% นับตั้งแต่ IPO ในเดือนมิถุนายน
นอกจากนี้ บริษัทยังอาจเผชิญแรงเทขายจากการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up period) ในเร็วๆ นี้
ด้านธุรกิจอวกาศดั้งเดิม รายได้เติบโต 29% ครอบคลุมการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์และภารกิจของรัฐบาล โดยบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาจรวด Starship ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้เม็ดเงินสูงต่อไป พร้อมตั้งเป้าส่งดาวเทียม Starlink V3 รุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศอย่างน้อย 1,000 ดวงภายในปีนี้
โดยภาพรวม SpaceX กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการเป็นบริษัทอวกาศ สู่ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและ AI แม้จะมีความท้าทายเรื่องต้นทุนการลงทุนที่สูงลิ่ว
แต่รายได้ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดก็พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่ง ซึ่งนักลงทุนต้องจับตาดูว่ากลยุทธ์การนำกำไรจาก Starlink มาหล่อเลี้ยงโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ จะยั่งยืนในระยะยาวหรือไม่







