
“กึ้ง เฉลิมชัย” นำทัพ 411 แตกไลน์สู่ธุรกิจการศึกษา ต่อยอดอาณาจักรบันเทิง
"กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ" นำทัพ 411 Entertainment GROUP ทุ่ม 100 ล้าน แตกไลน์ธุรกิจสู่การศึกษา เปิดสถาบันสอนศิลปะการแสดง ปั้นเยาวชนต่อยอดอาณาจักรบันเทิง
411 Entertainment ผู้ดำเนินธุรกิจด้านความบันเทิง ประกาศร่วมลงทุนและปรับโฉมสถาบันสอนศิลปะการแสดง SCA ไปสู่ “SCA PLUS” บนทำเลใจกลางเมือง ณ ย่านทองหล่อ ซอย 20 ด้วยงบลงทุนราว 100 ล้านบาท
ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ภาคการศึกษา โดยนำประสบการณ์กว่า 18 ปีในอุตสาหกรรมบันเทิงมาต่อยอดเป็นรูปแบบการเรียนที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง ทั้งเรียนรู้ด้านดนตรี ศิลปะการแสดง และศิลปะสร้างสรรค์
SCA PLUS บริษัทลูก 411
SCA PLUS อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ SCA PLUS Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ 411 Entertainment โดยวางแนวคิดให้การศึกษาไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการถ่ายทอดความรู้ แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง พัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาต่อหรือการประกอบอาชีพในอนาคต
นำโมเดลสากล มาเป็นต้นแบบ
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ Group Chief Executive Officer ของ 411 Entertainment Group กล่าวถึงเบื้องหลังการเข้าสู่ธุรกิจการศึกษาว่า เกิดจากการสะสมประสบการณ์ในการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับอินเตอร์มานานกว่า 18 ปี ประกอบกับการส่งศิลปินเบอร์แรกในสังกัด คือ แอลลี่-อชิรญา นิติพน ไปเข้าโปรแกรมฝึกซ้อม ณ ประเทศเกาหลีใต้เป็นเวลานานกว่า 3 ปี
ทำให้เห็นกระบวนการและองค์ความรู้ที่ชัดเจนของต่างประเทศว่า การสร้างศิลปินให้ก้าวไปสู่ระดับโลกนั้นต้องมีโครงสร้างการฝึกฝนอย่างไร จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจในการนำโมเดลและหลักสูตรมาตรฐานสากลดังกล่าวมาเปิดให้บริการในประเทศไทย
จังหวะเวลาดังกล่าวประจวบเหมาะกับการที่ SCA เปิดโอกาสให้เข้ามาลงทุนเป็น SCA PLUS จึงเกิดการนำองค์ความรู้ทั้งหมดมาปรับใช้ เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงการฝึกหัดระดับสากลได้ง่ายขึ้นในประเทศ ช่วยแก้ปัญหา (Pain Point) ของผู้ปกครองที่ไม่อยากส่งลูกหลานไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ
การขยายพอร์ตโฟลิโอเข้าสู่ธุรกิจการศึกษาครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้าง New S-Curve ใหม่ให้กับองค์กรแล้วยังเป็นการวางรากฐานและยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย (Soft Power) ตั้งแต่ต้นน้ำ
โดยโครงสร้างของ SCA PLUS ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1.โรงเรียนดนตรีและศิลปะการแสดงเอสซีเอ พลัส (SCA PLUS School of Music and Performing Arts) ที่มุ่งพัฒนาทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกของผู้เรียนทุกช่วงวัย
2.ศูนย์การเรียนดนตรีและศิลปะสร้างสรรค์ เอสซีเอ พลัส (SCA PLUS Institute of Music and Creative Arts) ศูนย์การเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ที่ผสานการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้ากับการเรียนรู้ด้านดนตรีและศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทั้งด้านวิชาการและความสามารถเฉพาะทางควบคู่กัน
3.SCA PLUS University Partnership ความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างเส้นทางการศึกษาที่ต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถต่อยอดสู่การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย (ระดับปริญญาตรี) พร้อมพัฒนาศักยภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่
ด้านนายธนพล มหธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ (Chief Academic Officer: CAO) และผู้อำนวยการสถาบัน (Chief Institute Officer: CIO) ของ SCA PLUS เปิดเผยว่า สถาบันได้กำหนดกรอบการพัฒนาหลักสูตร พื้นที่การเรียนรู้ และกิจกรรมสำหรับผู้เรียน ภายใต้แนวคิด P-L-U-S เพื่อเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับการพัฒนาทักษะและการทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
สำหรับแนวคิด P (Passion to Profession) มุ่งให้ผู้เรียนค้นหาความสนใจของตนเองและพัฒนาต่อยอดเป็นทักษะวิชาชีพ โดยสถาบันเปิดสอนด้านดนตรีและศิลปะการแสดงทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว พร้อมเตรียมเปิดใช้ ASCEND Program ซึ่งเป็นหลักสูตรวัดระดับและติดตามพัฒนาการของผู้เรียนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพื่อใช้ประเมินศักยภาพและวางแผนการเรียนรู้ให้มีความต่อเนื่อง
ด้าน L (Learning Space + Creative Campus) เป็นการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ให้ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมการทำงานจริง โดยสถาบันตั้งอยู่ใจกลางทองหล่อ 20 มีพื้นที่ใช้งานกว่า 4,000 ตารางเมตร ห้องเรียนมากกว่า 50 ห้อง รองรับการเรียนการสอนกว่า 13 สาขา พร้อมพื้นที่ฝึกปฏิบัติ เช่น เวทีแสดงและห้องบันทึกเสียง เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะในสถานการณ์จำลอง
ส่วน U (Ultimate Creative Arts & Entertainment Education) เป็นการนำองค์ความรู้จากอุตสาหกรรมบันเทิงมาปรับใช้กับหลักสูตร โดยปี 2569 จะเปิด 3 โปรแกรม ได้แก่ IDOL HAUS, VOCAL HAUS และ BAND HAUS ซึ่งจำลองกระบวนการทำงานของศิลปินและทีมงานในสายอาชีพต่าง ๆ
นอกจากนี้ SCA PLUS ยังร่วมมือกับ THE LEMON SHOT บริษัทด้านการตลาดดิจิทัลและเครือข่ายครีเอเตอร์ เปิดตัวโครงการ STARLAB เพื่อพัฒนาทักษะของครีเอเตอร์ที่ต้องการก้าวสู่อุตสาหกรรมบันเทิง โดยเริ่มจากหลักสูตรอบรมเข้มข้นสำหรับผู้เข้าร่วมออดิชั่นซีรีส์แนวตั้งของบริษัท Plus SixtySix และมีแผนขยายความร่วมมือในรูปแบบอื่นต่อไป
สำหรับ S (S-Class Experience) จะเน้นกิจกรรมภาคปฏิบัตินอกห้องเรียนตลอดช่วงปี 2569 ถึงไตรมาสแรกของปี 2570 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัสการทำงานจริงในอุตสาหกรรมบันเทิง ผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่ The Rhythm of Thong Lor ที่เปิดพื้นที่ให้นักเรียนแสดงผลงานในพื้นที่ชุมชนย่านทองหล่อ, The S-CLASS Audition ที่เชิญผู้แทนค่ายเพลงและผู้มีอำนาจตัดสินใจเข้าร่วมคัดเลือกผู้มีศักยภาพ และ SCA PLUS Music Festival เทศกาลดนตรีสำหรับนักเรียนและนักศึกษา ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังการจัดงาน
นายธนพลกล่าวว่า สถาบันมีแผนพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ และความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงการศึกษากับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และภาคธุรกิจ พร้อมปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า สถาบันไม่ได้รับประกันว่าผู้เรียนทุกคนจะกลายเป็นศิลปินหรือซูเปอร์สตาร์ เนื่องจากอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถรับประกันได้







