
ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ยืนยันจับมือแทรกแซงค่าเงินเยนครั้งแรกในรอบ 15 ปี
ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยืนยันร่วมแทรกแซงค่าเงินเยนครั้งแรกในรอบ 15 ปี พร้อมส่งสัญญาณดำเนินการเพิ่ม หากค่าเงินผันผวนรุนแรง
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาได้ร่วมกันเข้าซื้อเงินเยนเพื่อพยุงค่าเงิน และพร้อมดำเนินมาตรการแทรกแซงเพิ่มเติมหากจำเป็น ถือเป็นการดำเนินการร่วมกันครั้งสำคัญเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน หลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
นักวิเคราะห์มองว่า ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของทั้งสองประเทศในการป้องกันไม่ให้การอ่อนค่าของเงินเยนและการเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะการเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว
การแทรกแซงครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งญี่ปุ่นและประเทศสมาชิก G7 เคยร่วมกันแทรกแซงค่าเงินเพื่อทำให้เงินเยนอ่อนค่าลง หลังเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนญี่ปุ่นในการพยุงค่าเงินเยน เพื่อแสดงมิตรภาพระหว่างสองประเทศและช่วยเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
นักวิเคราะห์ระบุว่า นอกจากเหตุผลด้านพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในเอเชียแล้ว การช่วยพยุงค่าเงินเยนยังช่วยลดผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินเยนที่อาจหักล้างผลของมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุในแถลงการณ์ว่า การแทรกแซงร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเป้าหมายเพื่อรับมือกับ "ความผันผวนที่รุนแรงและการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนที่ไร้ระเบียบ" ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
นางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการแทรกแซงร่วมกับสหรัฐฯ เพิ่มเติม หากสถานการณ์มีความจำเป็น
หลังการประกาศ ค่าเงินเยนแข็งค่ากว่า 1% มาอยู่ที่ 155.20 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากเคยอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 164 เยนต่อดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน
ด้านนายอัตสึชิ มิมูระ ผู้รับผิดชอบด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่น ระบุว่า การแทรกแซงร่วมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กับนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
ขณะที่นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า วอชิงตันพร้อมเข้าร่วมการแทรกแซงเพิ่มเติมในอนาคต และสนับสนุนให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป เพื่อแก้ปัญหาค่าเงินเยนที่อ่อนค่ากว่าปัจจัยพื้นฐาน
ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ ในเดือนกันยายน หลังธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด แต่ส่งสัญญาณเปิดทางขึ้นดอกเบี้ยได้ในการประชุมครั้งหน้า
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายการเงิน ปรับขึ้นแตะ 1.545% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538 สะท้อนการคาดการณ์ของตลาดว่า BOJ มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น กระตุ้นเงินเฟ้อ และกระทบค่าครองชีพของประชาชน แม้มาตรการแทรกแซงฝ่ายเดียวก่อนหน้านี้ รวมถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ สู่ระดับ 1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 31 ปี จะช่วยหนุนค่าเงินได้เพียงชั่วคราว
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณพร้อมพิจารณาขยายวงเงินโครงการจัดหาสภาพคล่องดอลลาร์ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve Repurchase Facility) เพื่อสนับสนุนญี่ปุ่นในการดูแลเสถียรภาพตลาดการเงิน โดยไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า แม้มาตรการแทรกแซงร่วมจะส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อตลาดมากกว่าการดำเนินการฝ่ายเดียวของญี่ปุ่น แต่ปัจจัยพื้นฐานที่กดดันค่าเงินเยน ทั้งส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ และต้นทุนพลังงานที่สูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง จึงอาจจำกัดการฟื้นตัวของค่าเงินเยนในระยะยาว.







