
LNG ผันผวนสูง จากสงคราม ก.พลังงานเตรียมแผน ลดผลกระทบค่าไฟ
เตรียมจัดหาก๊าซในอ่าวไทยเพิ่ม -รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนระยะสั้น -รับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว พร้อมเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หวังลดการนำเข้า LNG แนวโน้มราคาสูง
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่กำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก จากปัจจัยการสู้รบระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ยังคงคาดเดาไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก ทำให้ราคา LNG มีความผันผวนในระดับสูง และอาจกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้านั้น
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงและโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน จะใช้การบริหารจัดการ เช่น การจัดหาก๊าซในอ่าวไทยเพิ่มขึ้น การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนระยะสั้น การรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว และการเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อให้ลดการนำเข้า LNG ให้ได้มากที่สุด ก็จะช่วยให้ ไม่กระทบกับอัตราค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยังคงเกาะติดและประเมินสถานการณ์ตลาดโลกอย่างต่อเนื่องทุกวัน เนื่องจาก LNG จำนวนเกือบ 20% ของอุปทานโลกต้องพึ่งพาเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้เนื่องจากจะมีการใช้ LNG เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า LNG นำเข้า เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้า มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนเกิดสงครามจากประมาณ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 18 - 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 60% เป็นผลมาจากการที่ตลาดประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานสูงขึ้นมาก
สำหรับราคาน้ำมันขายปลีก กระทรวงพลังงาน ยังคงมีการติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ราคาซื้อขายเดือนกรกฎาคมปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดือนมิถุนายนเฉลี่ยประมาณ 7 - 8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10 - 12%
แม้ราคาน้ำมันขายปลีกประเทศเพื่อนบ้านมีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก แต่สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงาน ยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่นตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เพียงพอต่อการใช้ในประเทศถึง 101 วัน







