
กรุงศรี ชู 3 เสาหลัก หนุนลูกค้าบริหารความเสี่ยง รับมือค่าเงินบาทผันผวน
กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ เปิดกลยุทธ์ปี 69 ชู 3 เสาหลัก หนุนลูกค้าบริหารเสี่ยง รับมือบาทอ่อนช่วงสั้นก่อนแข็งปลายปี ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง คาด GDP ปีนี้โต 1.9%
KEY
POINTS
- กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ กำหนดกลยุทธ์ 3 เสาหลัก เพื่อสนับสนุนลูกค้าธุรกิจในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน
- ยกระดับบริการสู่ Digital FX เต็มรูปแบบ พัฒนาโซลูชันด้าน Multi-Currency และพัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงและการลงทุน
- ประเมินบาทอ่อนช่วงสั้นก่อนแข็งค่าขึ้นช่วงปลายปี กรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์ ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง คาด GDP ปีนี้โต 1.9%
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าเงินในภูมิภาค
นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายต่าง ๆ ของตลาดเงินทั่วโลก กรุงศรีให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า และพร้อมทำหน้าที่ในฐานะพาร์ตเนอร์ที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมากรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ได้พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจ สะท้อนจากผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564-2568) กำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นอยู่ที่ 16%
ทั้งนี้ อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นความท้าทายของธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันและความผันผวนของสถานการณ์ตลาดการเงินโลก โดยข้อมูลระบุว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตกว่า 60% ขณะที่ปริมาณธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อการนำเข้าส่งออกที่ทำผ่านธนาคารพาณิชย์กลับเติบโตขึ้นเพียง 5.7%
ส่องเทรนด์ตลาด ก้าวเข้าสู่ยุค Multi-currency
จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการทำธุรกรรม FX ของภาคธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Multi-Currency Trends อย่างชัดเจน โดยแนวโน้มการชำระเงินค่าสินค้านำเข้าและส่งออกด้วยสกุลเงินอื่น โดยเฉพาะการนำเข้าและส่งออกด้วยสกุลเงินหยวนที่เพิ่มขึ้นถึง 132.5% และ 87.7% ตามลำดับ นอกเหนือจาก 3 สกุลเงินหลัก (ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน) เติบโตอย่างก้าวกระโดด
สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในอนาคตจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
กลยุทธ์ปี 69 หนุนลูกค้าบริหารความเสี่ยง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสเติบโต
จากแนวโน้มการทำธุรรรม FX ของภาคธุรกิจและภาครวมของตลาดการเงิน กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2026 โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1.ยกระดับสู่ Digital FX อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งพัฒนาและขยายขีดความสามารถในการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น FX ผ่านทางระบบออนไลน์ FX@Krungsri การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มของลูกค้าเข้ากับบริการ FX API ของธนาคาร รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินผ่าน Krungsri FX Line Official Account เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดและทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.พัฒนาโซลูชันด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและ Multi-Currency ขยายการให้บริการสกุลเงินใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น เงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) เงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) และเมื่อช่วงไตรมาส 4/2568 ธนาคารยังได้เปิดให้บริการเงินสกุลริยัลซาอุดิอาระเบีย (SAR) เพื่อรองรับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและตะวันออกกลางที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
3.พัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงและการลงทุน มุ่งนำเสนอโซลูชันเพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้มากขึ้น นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับศักยภาพของกลุ่ม MUFG พร้อมทั้งนำ AI และระบบ Automation มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานของ FX Dealer เพื่อยกระดับความรวดเร็ว ความแม่นยำ และคุณภาพการให้บริการ
ทั้งนี้ กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ย้ำจุดยืนการเป็นมากกว่าผู้ให้บริการธุรกรรม แต่เป็น “พันธมิตรที่ไว้วางใจได้” โดยเชื่อมั่นว่าธุรกิจที่บริหารความเสี่ยงได้ดีจะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง เป้าหมายสำคัญคือการสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนความผันผวนให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนโอกาสให้เป็นการเติบโตที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยต่อไป
บาทอ่อนระยะสั้นก่อนแข็งค่าเล็กน้อยช่วงปลายปี
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อํานวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 30.90-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่าลงกว่า 6% และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 15 เดือน
โดยปัจจัยหลักมาจากการที่เศรษฐกิจส่วนใหญ่ในภูมิภาคพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่เงินหยวนของจีนยังคงแข็งค่า เนื่องจากมีดุลการค้าเกินดุลในระดับสูง สำหรับเงินเยนของญี่ปุ่นนั้นอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี โดยพุ่งเหนือ 163 เยนต่อดอลลาร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงที่เหลือของปี 2569 ประเมินว่าเงินบาทอ่อนค่าระยะสั้น โดยในไตรมาส 3/2569 อยู่ในกรอบ 32.75-34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะแข็งค่าเล็กน้อยในช่วงปลายปี โดยในไตรมาสสุดท้ายจะอยู่ในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หากเฟดคงดอกเบี้ยตามสมมติฐานหลัก และดุลการค้าของไทยปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการค่าเงิน
อย่างไรก็ตาม มองว่าระดับทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับสูง โดยสามารถครอบคลุมการนำเข้าได้นานถึง 6 เดือน ซึ่งถือเป็นปราการสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเกินไปจนควบคุมไม่ได้
นโยบายการเงินสหรัฐฯ และความท้าทายของเฟด
ความผันผวนของตลาดการเงินโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแนวทางการสื่อสารใหม่ของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ที่พยายามส่งสัญญาณชี้นำตลาดน้อยลง ทำให้นักลงต้องคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจเอง ซึ่งนำไปสู่ความผันผวนของราคาสินทรัพย์ที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันตลาดมองว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์ยังคงอยู่ในโมเมนตัมขาขึ้น
ครึ่งปีหลังฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง
แม้จะมีความเสี่ยงรอบด้าน แต่ตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อสุทธิ หลังจากขายต่อเนื่องมาหลายปี รวมถึงการเดินหน้าซื้อพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยถูกมองว่าเป็น “แหล่งพักเงิน” ในช่วงที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคมีความผันผวนสูงและเริ่มมีการขายทำกำไรออกมา โดยคาดการณ์ว่ากระแสเงินทุนจะยังคงไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี
ปัจจัยสนับสนุนหลัก ประกอบด้วย ราคาหุ้นไทยอยู่ในระดับที่น่าสนใจและไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดอื่น, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี, นักลงทุนคาดหวังว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้น และการเมืองมีเสถียรภาพ
ส่วนตลาดพันธบัตรไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจไม่โดดเด่นเท่าตลาดหุ้นไทย แม้ว่าเริ่มเห็นสัญญาณการสลับเงินออกบ้าง แต่ภาพรวมทั้งปี (Year-to-date) จะยังเป็นการซื้อสุทธิ
“ครึ่งปีหลัง คาดว่าฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ทวีความรุนแรงหรือลากยาวเกินกว่าที่นักลงทุนประเมินไว้ นักลงทุนยังคงรอดูความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเมือง รวมทั้งความเชื่อมั่นในระยะยาวขึ้นอยู่กับการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจดทะเบียนไทย”
อย่างไรก็ตาม มองว่าเงินทุนอาจจะไม่ได้ไหลกลับเข้ามาทั้งหมดทีเดียวในปี 2569 เมื่อเทียบกับปริมาณที่เคยไหลออกไปในอดีต เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้ามาบางส่วนนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยประคองค่าเงินบาทไม่ให้อ่อนค่ารุนแรงเกินไป
คาด กนง. คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1%
นอกจากนี้ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ถูกคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ต่อไปอีกหลายไตรมาส เนื่องจากมองว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยชั่วคราวจากด้านต้นทุน (Cost-push inflation) มากกว่าอุปสงค์ที่ร้อนแรง กนง.จะให้น้ำหนักกับภาวะอุปสงค์ และเสถียรภาพภายในประเทศมากกว่าแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 69 เติบโต 1.9%
สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คาดการณ์ GDP เติบโตที่ 1.9% โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 32.5 ล้านคน ซึ่งถือว่าใกล้เคียงหรือต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย
โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทย และการดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) หลังจากมีการลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
ขณะที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจมีการเก็บภาษีนำเข้าหรือตรวจสอบเรื่องการใช้แรงงาน







