
คลังชง ครม.อังคารหน้า ดึง 6 ล้านคน พลาดสิทธิ์บัตรสวัสดิการ ใช้ “ไทยช่วยไทยพลัส”
คลัง เดินหน้าดูแลผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมเสนอ ครม.อังคารหน้า ดึงราว 6 ล้านคนใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส ช่วงรอยต่อ เปิดยื่นทบทวนถึง 31 ก.ค. ย้ำไม่มีการตัดสิทธิเพราะงบไม่พอ พร้อมรับทุกคนหากอุทธรณ์ผ่าน
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ในวันอังคารหน้า เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 6 ล้านคน
- มาตรการดังกล่าวคือโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งจะใช้ดูแลผู้พลาดสิทธิ์เป็นการชั่วคราวในช่วงที่รอผลการยื่นทบทวนสิทธิ์
- ผู้ที่พลาดสิทธิ์ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ์ "ไทยช่วยไทย พลัส" ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
หลังกระทรวงการคลัง ประกาศผลรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งมีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนกว่า 18.8 ล้านราย กระทรวงการคลังเดินหน้ามาตรการดูแลประชาชนที่ยังไม่ได้รับสิทธิ โดยเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 21 ก.ค.2569 เพื่อพิจารณาอุนมัติให้ผู้พลาดสิทธิ์ราว 6 ล้านคน เข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ในช่วงรอผลการทบทวนสิทธิ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังย้ำว่า มีเป้าหมายสำคัญคือ ไม่ปล่อยให้ประชาชนที่เดือดร้อนขาดการดูแล แม้จะยังไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบแรกก็ตาม โดยรัฐบาลเตรียมใช้โครงการไทยช่วยไทย พลัส เป็นมาตรการดูแลในช่วงรอยต่อ ก่อนผลการอุทธรณ์จะแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงเข้าสู่ระบบ กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และยืนยันการรับสิทธิ ก็สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
"ครั้งนี้ท่านไม่ต้องมาลงทะเบียน กดเข้าระบบเลย และกรอกเลขบัตรประชาชน แล้วยืนยันรับสิทธิ ไม่ต้องมาแข่ง ไม่ต้องตื่นมาตอน 6 โมงเช้า ได้สิทธิแน่นอน หากผู้ที่ใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วผ่านเกณฑ์ในภายหลัง ระบบจะสลับกลับไปใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยอัตโนมัติ ส่วนสิทธิไทยช่วยไทย พลัส จะสิ้นสุดลง เพื่อไม่ให้เกิดการได้รับสิทธิซ้ำซ้อน " นายวินิจ กล่าว
เปิดยื่นทบทวนสิทธิตั้งแต่ 17 ถึง 31 ก.ค. รัฐย้ำข้อมูลผิดพร้อมแก้
นายวินิจ กล่าวว่า การเปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 เป็นกลไกปกติของโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นว่าผลการตรวจสอบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง นำหลักฐานมายื่นขอทบทวนได้ โดยยอมรับว่าการเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหลายหน่วยงานกว่า 9 ล้านชุด อาจมีข้อมูลคลาดเคลื่อนจากต้นทาง เช่น ผู้สูงอายุที่ยังมีสถานะเป็นนักเรียน นักศึกษา ข้อมูลทรัพย์สิน หรือทะเบียนรถที่ยังไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงการคลังจะเร่งทำ Data Cleansing และตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะไม่เอาความผิดพลาดของข้อมูล มาทำให้ประชาชนเสียสิทธิ อย่างไรก็จะดูแลอย่างเต็มที่
รถเก่า รถโอนลอย รถจอดทิ้ง ยื่นทบทวนได้ทั้งหมด
อีกประเด็นที่ประชาชนสอบถามจำนวนมาก คือกรณีการถือครองรถ ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการตรวจสอบสิทธิ นายวินิจ ระบุว่า หากเป็นรถที่ขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้โอน รถโอนลอย รถที่เลิกใช้งาน ถอนสภาพ หรือไม่ได้ต่อทะเบียนมานาน สามารถนำหลักฐานมายื่นทบทวนได้ทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
"ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งเกณฑ์มาเพื่อไม่ให้ได้สิทธิ และไม่มีการตัดสิทธิ์เพราะงบประมาณไม่เพียงพอ แต่ตั้งเกณฑ์มาเพื่อให้คนจนปลอมไม่ได้เข้ามา คนลำบากจริง พิสูจน์ได้ก็ต้องได้รับการดูแล ส่วนเรื่องจะมีการขยายเวลายื่นการทบทวน หรืออุทธรณ์นั้น ต้องขอยังคงเป็นไปตามไทม์ไลน์เดิมก่อน" นายวินิจ กล่ว
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะส่งทีมลงพื้นที่ช่วยประชาชนที่มีปัญหาด้านข้อมูล โดยเฉพาะกรณีที่ดิน ทรัพย์สิน หรือข้อมูลทะเบียนต่าง ๆ ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อช่วยดำเนินการยื่นทบทวนสิทธิอย่างใกล้ชิด
กรณีผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรือเดิมคือ กศน. หากระบบตรวจสอบพบว่ายังมีสถานะเป็น "นักเรียน/นักศึกษา" จะไม่ผ่านเกณฑ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหลักเกณฑ์ของโครงการ อย่างไรก็ตาม หากเรียนจบหรือพ้นสภาพนักศึกษาแล้ว แต่ฐานข้อมูลยังไม่อัปเดต สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ พร้อมติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
"หากหลังการทบทวนมีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังพร้อมให้สิทธิทั้งหมด แม้ต้องจัดหางบประมาณเพิ่มเติมก็จะดำเนินการ เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง" นายวินิจ กล่าว
นายวินิจ ยังชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าการมีผู้ผ่านเกณฑ์เพียง 9.5 ล้านราย จากลงทะเบียนทั้งหมด 18.8 ล้านคน เป็นเพราะรัฐบาลต้องการลดภาระงบประมาณหรือถังแตกหรือไม่
การตรวจสอบสิทธิครั้งนี้ใช้เกณฑ์ใหม่ที่เปลี่ยนจากการพิจารณารายได้ระดับครัวเรือน มาเป็นระดับบุคคล พร้อมนำข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น ข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่าย และข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ มาประกอบการพิจารณา ทำให้การคัดกรองมีความแม่นยำและตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
ทั้งนี้ จากการเปรียบเทียบกับข้อมูลของธนาคารโลก พบว่าผู้ผ่านเกณฑ์คิดเป็นประมาณ 14% ของผู้ลงทะเบียน ซึ่งใกล้เคียงกับสัดส่วนผู้มีรายได้น้อยตามนิยามของธนาคารโลกที่อยู่ราว 12% สะท้อนว่าฐานข้อมูลครั้งนี้มีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยดำเนินการมา
ไทม์ไลน์สำคัญ
- 17-31 กรกฎาคม 2569 เปิดยื่นทบทวนสิทธิ
- 22 กรกฎาคม 2569 (คาด) คลังเสนอ ครม. ดึงราว 6 ล้านคนเข้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส
- 1 สิงหาคม 2569 เริ่มใช้สิทธิไทยช่วยไทย พลัส
- 21 กันยายน 2569 ประกาศผลการทบทวนสิทธิ
- 1 ตุลาคม 2569 ผู้ผ่านการทบทวนเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังยืนยันว่าจะเร่งปรับปรุงระบบและคำอธิบายเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น หลังพบว่ามีความสับสนจากข้อความในระบบตรวจสอบสิทธิหลายกรณี พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิจากความผิดพลาดของฐานข้อมูลภาครัฐ







