posttoday
ทองคำลุ้นทะลุ 67,500 บาท! สัญญาณขาขึ้นรอบใหม่ จับตาเฟด-เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชี้ชะตา

ทองคำลุ้นทะลุ 67,500 บาท! สัญญาณขาขึ้นรอบใหม่ จับตาเฟด-เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชี้ชะตา

10 กรกฎาคม 2569

GCAP GOLD ประเมินทองคำเปิดสัปดาห์ด้วยสัญญาณบวก หลังตลาดเริ่มคาดเฟดอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มหากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอ จับตารายงานประชุม FOMC, ตัวเลข PMI และตลาดแรงงานสหรัฐ ตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางดอกเบี้ย ดอลลาร์ และราคาทองคำรอบใหม่ ขณะที่ความตึงเครียดตะวันออกกลางแรงหนุนทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

KEY

POINTS

  • GCAP GOLD ประเมินทองคำเปิดสัปดาห์ด้วยสัญญาณบวกหลังตลาดเริ่มคาดเฟดอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มหากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอ
  • จับตารายงานประชุม FOMC, ตัวเลข PMI และตลาดแรงงานสหรัฐ ตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางดอกเบี้ย ดอลลาร์ และราคาทองคำรอบใหม่
  • ขณะที่ความตึงเครียดตะวันออกกลางแรงหนุนทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาทองคำเปิดสัปดาห์นี้ด้วยสัญญาณบวก หลังตลาดเริ่มมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว

ทั้งนี้นักลงทุนยังคงต้องซื้อขายอย่างระมัดระวังเพื่อรอแรงกระตุ้นสำคัญจากการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC (Fed Minutes) ในการดูทิศทางเงินเฟ้อ หากเฟดยังคงเข้มงวด ดอลลาร์อาจพลิกมาแข็งค่าซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อทิศทางทองคำระยะสั้น

นอกจาก Fed Minutes แล้ว ยังมีประเด็นเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องติดตาม ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการ รวมถึงตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด

หากตัวเลขออกมาแกร่งเกินคาด ส่งผลให้ตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ดอลลาร์พุ่ง จะกดดันราคาทองคำอาจมีย่อในระยะสั้น ในทางกลับกันหากตัวเลขเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว อาจจะเพิ่มความผ่อนคลายนโยบายการเงินและการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุนราคาทองคำทะยานขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางสูง แม้จะมีความพยายามเดินหน้าเจรจา แต่ความตึงเครียดได้กลับมารุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีและระงับสิทธิการขายน้ำมันของอิหร่าน ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของการขนส่งพลังงานโลกยังคงอยู่ หากความขัดแย้งยกระดับจนผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้นอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

ในระยะสั้นผ่านมุมมองดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวความไม่แน่นอนนี้จะยิ่งตอกย้ำ คุณค่าของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่มั่นคง

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณรีบาวด์และเคลื่อนไหวในกรอบฟื้นตัว โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,250 - 4,300 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 66,800–67,500 บาท) ซึ่งหากสามารถทะลุและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะเป็นการยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,125 ดอลลาร์ และ 4,065 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 64,900–64,000 บาท) ซึ่งมองเป็นจังหวะพักฐานเพื่อสะสม 

ดังนั้น นักลงทุนระยะสั้นแนะนำใช้จังหวะย่อตัวเข้าซื้อและทยอยแบ่งขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน ส่วนผู้ลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวสามารถใช้ช่วงการอ่อนตัวเป็นโอกาสทยอยสะสมทองคำเพิ่ม โดยยังต้องติดตามรายงานการประชุม Fed Minutes และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป.

ข่าวล่าสุด

TSB จับมือ มทร.พระนคร เดินหน้าสร้างระบบนิเวศ Smart Mobility ของประเทศไทย

TSB จับมือ มทร.พระนคร เดินหน้าสร้างระบบนิเวศ Smart Mobility ของประเทศไทย